ข่าว

เจเนอเรชั่นZซื้อสินค้าในร้านมากกว่าออนไลน์

เจเนอเรชั่นZซื้อสินค้าในร้านมากกว่าออนไลน์

27 ม.ค. 2560

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันคุย โดย...ไอบีเอ็ม

 

          แม้จะเป็นที่คาดกันว่า เจเนอเรชั่นแรกที่ “เกิดในยุคดิจิทัล” น่าจะมีแนวโน้มในการซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่า แต่ผลการศึกษาล่าสุด โดยไอบีเอ็มและสหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติ (NRF) ของสหรัฐอเมริกา กลับพบว่าชาวเจเนอเรชั่น Z เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ชื่นชอบการซื้อสินค้าในร้านค้ามากกว่าการซื้อออนไลน์ โดยร้อยละ 66 จะเลือกร้านที่มีผลิตภัณฑ์คุณภาพและมีของพร้อมขายเสมอ ขณะที่ร้อยละ 65 ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าที่ได้รับ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า ร้อยละ 52 ของผู้บริโภคเจน Z พร้อมจะเปลี่ยนความจงรักภักดีจากแบรนด์หนึ่งไปอีกแบรนด์หนึ่งหากคุณภาพของแบรนด์ไม่ได้มาตรฐาน

          การศึกษา “Uniquely Gen Z” โดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBMInstitute of Business Value) เป็นการสำรวจกลุ่มเจน Z ช่วงอายุ 13-21 ปี มากกว่า 1.5 หมื่นคน ใน 16 ประเทศ โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้เกิดในช่วงกลางทศวรรษ 1990 และ 2000 ถือเป็นกลุ่มที่ “เกิดในยุคดิจิทัล” มีกำลังซื้อถึง 1.54 แสนล้านบาท โดยร้อยละ 75 ของเจนนี้ใช้จ่ายเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินที่มีในแต่ละเดือน

          ร้อยละ 74 ของผู้ตอบใช้เวลาว่างบนโลกออนไลน์ โดยร้อยละ 25 ออนไลน์อย่างน้อย 5 ชั่วโมงในแต่ละวัน และร้อยละ 66 มักใช้อุปกรณ์สื่อสารพกพามากกว่าหนึ่งเครื่อง นอกจากนี้การศึกษายังชี้ให้เห็นข้อมูลเชิงลึกหลายอย่างเกี่ยวกับความชอบและลักษณะนิสัยยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเจน Z กล่าวคือ

          ร้อยละ 73 เจน Z ที่สำรวจ ใช้อุปกรณ์สื่อสารพกพาเพื่อส่งข้อความและแชทกับครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นหลัก แต่ก็เต็มใจที่จะสนทนากับแบรนด์ต่างๆ โดยร้อยละ 42 มีแนวโน้มร่วมเล่นเกมออนไลน์ในแคมเปญต่างๆ ร้อยละ 43 มีแนวโน้มในการร่วมรีวิวผลิตภัณฑ์ ขณะที่ร้อยละ 36 มีแนวโน้มที่จะสร้างเนื้อหาดิจิทัลสำหรับแบรนด์

          เจน Z ไม่มีความอดทนต่อเทคโนโลยีที่ใช้งานยาก และต้องการประสบการณ์การใช้งานโมบายล์-ดิจิทัลแบบไร้รอยต่อ โดยเจน Z ร้อยละ 62 จะไม่ใช้แอพหรือเว็บไซต์ที่ใช้งานยากหรือโหลดช้า

          เจน Z ทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่มีค่าต่อแบรนด์ ดังนั้นจึงต้องการทราบว่าแบรนด์จะนำข้อมูลไปใช้อย่างไรและมีวิธีการคุ้มครองข้อมูลอย่างไร โดยมีเจน Z เพียงร้อยละ 21 ที่เต็มใจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลสุขภาพ ตำแหน่งที่อยู่ ชีวิตส่วนตัว หรือข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน ขณะที่ร้อยละ 61 จะรู้สึกเต็มใจมากขึ้นที่จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ถ้าพวกเขาทราบว่าข้อมูลจะได้รับการคุ้มครองและจัดเก็บอย่างปลอดภัย

          “เจน Z เป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่แบรนด์ต้องเตรียมรับมือ เหมือนกับเมื่อครั้งกลุ่มมิลเลนเนียลเข้ามาแทนที่เจน X หากแต่เจน Z มีขนาดใหญ่กว่าและซับซ้อนมากกว่า ผู้ซื้อกลุ่มนี้เรียนรู้ที่จะ “คลิก” ก่อนที่จะเดินหรือพูดด้วยซ้ำ แต่พวกเขากลับยังพอใจกับประสบการณ์การซื้อสินค้าในร้านค้า แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่นิสัยการช็อปปิ้งบางอย่างยังคงเหมือนเดิม ดังนั้น แบรนด์ต่างๆ ต้องว่องไวและคล่องตัวมากพอสำหรับการให้บริการทั้งสองรูปแบบ”