จากกระดาษสาสู่“แผ่นมาสก์หน้าใยไหม”
โดย - สุรัตน์ อัตตะ
นับเป็นอีกความสำเร็จของโครงการเกษตรแปลงใหญ่หม่อนไหมจ.เชียงราย ที่ปรับประยุกต์ภูมิปัญญากระดาษสามาทำแผ่นมาสก์หน้าจากใยไหมสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านได้เป็นอย่างดี กระทั่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการผลิตไหมหัตถกรรมทำแผ่นมาสก์หน้าจากใยไหม ซึ่งเป็นนวัตกรรมจากภูมิปัญญาเพื่อการส่งออก
“ตอนนี้มีเกาหลี ญี่ปุ่น สั่งซื้อนับแสนแผ่นต่อเดือน ดังนั้นเรื่องนี้พอดิฉันนำเสนอเรื่องนี้เข้า ครม.ก็ได้รับอนุมัติงบทันที 10 กว่าล้าน ขณะเดียวกันทาง จ.เชียงราย ก็อนุมัติงบเพิ่มเติมให้อีก 7.5 ล้าน เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะแต่เดิมชาวบ้านทำส่งขายให้บริษัท แต่ตอนหลังบริษัทเกรงว่าจะไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน เขาก็เลยขอซื้อตัวไหมไปวางเฟรมเอง เราก็เลยไปวางมาตรฐานให้แก่ชาวบ้านเพื่อเขาจะได้มูลค่าเพิ่มขึ้น แทนที่จะขายตัวไหมอย่างเดียว”
สุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวถึงการส่งเสริมชาวบ้านในโครงการเกษตรแปลงใหญ่ (แปลงใหญ่ประชารัฐ) หม่อนไหมผลิตแผ่นมาสก์หน้าใยไหมจากภูมิปัญญาแทนการสาวไหม เพราะจะเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการเลี้ยงไหมเพียงอย่างเดียว โดยขณะนี้กรมหม่อนไหมได้ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ได้ทำการวิจัยเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพและมาตรฐานตามที่กำหนดอีกด้วย
“แผ่นมาสก์หน้าใยไหมตอนนี้เป็นงานนวัตกรรมตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 คือทำน้อยได้มาก ปกติแล้วการเลี้ยงไหมเขาจะทำเกี่ยวกับการสาวไหม เส้นไหม เขาขายได้น้อย แต่เดี๋ยวนี้กลุ่มจังหวัดที่กรมไปส่งเสริมมีเชียงราย น่าน แพร่ และพะเยา เขาเลี้ยงไหมเพื่อทำแผ่นมาสก์หน้าโดยเฉพาะ เขาทำกันมานานแล้ว เป็นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาที่ดัดแปลงมาจากกระดาษสา”
อธิบดีกรมหม่อนไหมเผยต่อว่า สาเหตุที่เกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทางภาคเหนือให้ความสนใจทำแผ่นมาสก์หน้าใยไหมมากกว่าการสาวไหม ผลิตเส้นไหมทอผ้าอย่างภาคอีสาน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันการนำภูมิปัญญาการทำกระดาษสามาประยุกต์แผนมาสก์หน้าใยไหม ทำให้เป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความสวยงามและประณีต
“จะใช้เชียงรายเป็นจังหวัดนำร่องทำแผ่นมาสก์หน้าใยไหม หากได้ผลก็จะขยายไปสู่ภาคอีสาน โดยจะมุ่งเน้นไปที่คนรุ่นใหม่ที่เป็นทายาทเกษตรกรเป็นหลัก ซึ่งนโยบายของกรมปีนี้ (2560) จะสร้างทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่เพื่อจะมาทดแทนคนรุ่นเก่า ที่นับวันลดน้อยลงทุกที”
สุดารัตน์ย้ำด้วยว่า นอกจากการส่งเสริมเกษตรกรทำผลิตภัณฑ์แผ่นมาสก์หน้าใยไหมให้ได้คุณภาพและมาตรฐานแล้ว ยังได้ประสานกับผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ ที่ตั้งอยู่ตามจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวในการนำผลิตภัณฑ์หม่อนไหมให้บริการแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยเฉพาะโรงแรมหรือรีสอร์ทที่รับลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เด่นเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติมากขึ้น
“อย่างตอนนี้เราได้รับการประสานทางโรงแรมที่อยุธยา ลูกค้าของเขาส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เขาก็อยากให้เอาสินค้าเกี่ยวกับหม่อนไหมเข้าไปเสริม เช่น ชาใช้หม่อน ผ้าไหม ดอกไม้จากไหม ใบหม่อนทำเมี่ยงคำ เจียวไข่ใบหม่อน แล้วเขาก็กำลังเตรียมพื้นที่บางส่วนใกล้โรงแรมเพื่อปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเองด้วย เพื่อให้แขกที่มาพักจะได้เห็นของจริงๆ” อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวทิ้งท้าย
แผ่นมาสก์หน้าใยไหม นับเป็นอีกผลิตภัณฑ์เด่น ซึ่งเป็นผลอานิสงส์มาจากโครงการเกษตรแปลงใหญ่หม่อนไหมตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรแปลงใหญ่ได้เป็นอย่างดี
...........................................................................



