
เปิดวงเงินเยียวยาครูแพะ สูงสุด 2.7 แสน
วงเงินเยียวยาครูแพะ สูงสุด 2.7 แสน "น้อยจนไม่คุ้มแลกเวลาชีวิตมาติดคุก"
นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่และสิทธิในการได้รับค่าทดแทนของบุคคลที่ศาลพิพากษาว่าไม่ได้กระทำความผิด ว่า กรณีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร นั้น จะต้องแสวงหาพยานหลักฐานขึ้นนำสืบให้ศาลเห็นว่า ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดจริง จึงจะมีสิทธิรับเงินชดเชยเยียวยาตามกฎหมาย แต่ถ้าพยานหลักฐานไม่ชัดแจ้งศาลพิพากษายกฟ้องโดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย นางจอมทรัพย์จะไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วย เพราะกฎหมายจะจ่ายเยียวยาเฉพาะแพะขาวเท่านั้น
นายธวัชชัย เปิดเผยด้วยว่า สำหรับค่าทดแทนจากการติดคุกโดยไม่ได้กระทำความผิด ตามการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ จะได้รับค่าทดแทนวันละ 500 บาท คำนวณตามวันที่ติดคุก 548 วัน จะได้รับเงิน 274,000 บาท
ขณะที่หลักเกณฑ์ในการจ่ายเยียวยาตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา เป็นค่าขาดประโยชน์ในการทำมาหาได้ระหว่างถูกคุมขัง ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำในท้องที่นับตั้งแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ กรณีนางจอมทรัพย์ จ.นครพนม มีอัตราค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ติดคุก 548 วัน จะได้รับเงินเยียวยา 164,400 บาท และค่าใช้จ่ายอื่นอีกไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งทางราชการจะไม่จ่ายเยียวยาซ้ำซ้อนกัน นางจอมทรัพย์ต้องเลือกรับช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้น
สำหรับความช่วยเหลือในส่วนของกองทุนยุติธรรมให้ความช่วยเหลือค่าว่าจ้างทนายความ 50,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการรวบรวมพยานเอกสาร 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 70,000 บาท
“จากตัวเลขการจ่ายชดเชยเยียวยาทั้งหมดจะพบว่าเป็นเงินจำนวนไม่มาก จึงไม่คุ้มค่ากับชีวิตคนการต้องเสียเวลาชีวิตเข้ามาติดคุก เพื่อรับเงินเยียวยาจากรัฐ” รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว
ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ. ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ ออกมาระบุว่า กรณี “ครูจอมทรัพย์”ขอรื้อคดีพบสิ่งผิดปกติหลายอย่างและมี“ขบวนการรับจ้างรับผิด”โดยมีผู้ร่วมขบวนการประมาณ 6 คน เป็นข้าราชการ อดีตข้าราชการ และพลเรือนแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อหาประโยชน์จากเงินเยียวยา และยังพบว่า ขบวนการนี้เริ่มเคลื่อนไหว หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องครูจอมทรัพย์ คล้ายกับเห็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ และการสืบสวนยังพบอีกว่า ขบวนการนี้ทำมาแล้วหลายครั้ง ในพื้นที่ภาคอีสาน มีทั้งที่ทำสำเร็จและไม่สำเร็จ ส่วนในความเคลื่อนไหวของครูจอมทรัพย์ มีการรับและจ่ายเงินให้คนในขบวนการบางส่วนแล้ว
เช่นเดียวกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า กรณี “ครูจอมทรัพย์” มีการจัดฉาก หวังได้รับเงินค่าเยียวยา เป็นเรื่องเท็จ มีการจ้างพยานมาสมอ้างว่าเป็นคนขับรถชนคนตาย



