ข่าว

เปิดวงเงินเยียวยาครูแพะ สูงสุด 2.7 แสน

เปิดวงเงินเยียวยาครูแพะ สูงสุด 2.7 แสน

26 ม.ค. 2560

วงเงินเยียวยาครูแพะ สูงสุด 2.7 แสน "น้อยจนไม่คุ้มแลกเวลาชีวิตมาติดคุก"

 

            นายธวัชชัย  ไทยเขียว  รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม  กล่าวถึงการรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่และสิทธิในการได้รับค่าทดแทนของบุคคลที่ศาลพิพากษาว่าไม่ได้กระทำความผิด ว่า กรณีของนางจอมทรัพย์  แสนเมืองโคตร นั้น จะต้องแสวงหาพยานหลักฐานขึ้นนำสืบให้ศาลเห็นว่า  ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดจริง จึงจะมีสิทธิรับเงินชดเชยเยียวยาตามกฎหมาย แต่ถ้าพยานหลักฐานไม่ชัดแจ้งศาลพิพากษายกฟ้องโดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย  นางจอมทรัพย์จะไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วย  เพราะกฎหมายจะจ่ายเยียวยาเฉพาะแพะขาวเท่านั้น  
            นายธวัชชัย เปิดเผยด้วยว่า  สำหรับค่าทดแทนจากการติดคุกโดยไม่ได้กระทำความผิด ตามการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ จะได้รับค่าทดแทนวันละ  500  บาท คำนวณตามวันที่ติดคุก 548  วัน จะได้รับเงิน 274,000 บาท 

            ขณะที่หลักเกณฑ์ในการจ่ายเยียวยาตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา เป็นค่าขาดประโยชน์ในการทำมาหาได้ระหว่างถูกคุมขัง ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำในท้องที่นับตั้งแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ กรณีนางจอมทรัพย์ จ.นครพนม มีอัตราค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300  บาท ติดคุก 548  วัน จะได้รับเงินเยียวยา  164,400  บาท  และค่าใช้จ่ายอื่นอีกไม่เกิน 30,000 บาท   ซึ่งทางราชการจะไม่จ่ายเยียวยาซ้ำซ้อนกัน  นางจอมทรัพย์ต้องเลือกรับช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้น 

            สำหรับความช่วยเหลือในส่วนของกองทุนยุติธรรมให้ความช่วยเหลือค่าว่าจ้างทนายความ  50,000 บาท  และค่าใช้จ่ายในการรวบรวมพยานเอกสาร 20,000  บาท  รวมเป็นเงิน  70,000 บาท

            “จากตัวเลขการจ่ายชดเชยเยียวยาทั้งหมดจะพบว่าเป็นเงินจำนวนไม่มาก จึงไม่คุ้มค่ากับชีวิตคนการต้องเสียเวลาชีวิตเข้ามาติดคุก เพื่อรับเงินเยียวยาจากรัฐ” รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว

            ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ. ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ  ออกมาระบุว่า กรณี “ครูจอมทรัพย์”ขอรื้อคดีพบสิ่งผิดปกติหลายอย่างและมี“ขบวนการรับจ้างรับผิด”โดยมีผู้ร่วมขบวนการประมาณ 6 คน เป็นข้าราชการ อดีตข้าราชการ และพลเรือนแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อหาประโยชน์จากเงินเยียวยา และยังพบว่า ขบวนการนี้เริ่มเคลื่อนไหว หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องครูจอมทรัพย์ คล้ายกับเห็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ และการสืบสวนยังพบอีกว่า ขบวนการนี้ทำมาแล้วหลายครั้ง ในพื้นที่ภาคอีสาน มีทั้งที่ทำสำเร็จและไม่สำเร็จ ส่วนในความเคลื่อนไหวของครูจอมทรัพย์ มีการรับและจ่ายเงินให้คนในขบวนการบางส่วนแล้ว

            เช่นเดียวกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า กรณี “ครูจอมทรัพย์” มีการจัดฉาก หวังได้รับเงินค่าเยียวยา เป็นเรื่องเท็จ มีการจ้างพยานมาสมอ้างว่าเป็นคนขับรถชนคนตาย