
ยธ.เปิดห้องมั่นคงเก็บรักษาฎีกาคนเสื้อแดง
ยุติธรรมเปิดห้องมั่นคงสำนักรักษาและจำหน่ายทรัพย์สิน กรมบังคับคดี เก็บรักษาฎีกาแดง ยันโกดังจะปิดตายและใช้กล้องวงจรปิดจับตาตลอด 24 ชม. แถมสั่งระดมจนท.ดีเอสไอ.มาอารักขา จนกว่ารมว.ยุติธรรม จะกำหนดแนวทางการตรวจสอบตามกม. ระบุการเคลื่อนไหวเสื้อแดงวันที่ 30 ส.ค.
(25 ส.ค.) ที่สำนักรักษาและจำหน่ายทรัพย์สิน กรมบังคับคดี เมื่อเวลา 15.00 น. นายโกศล วิชิตธนกฤษ์ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้นำฎีกาของกลุ่มเสื้อแดงบรรจุกล่องกรระดาษห่อด้วยผ้าสีแดง 383 กล่อง มาส่งมอบให้กับนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่สำนักรักษาและจำหน่ายทรัพย์สิน กรมบังคับคดี ถนนบรมราชนนี โดยภายหลังการตรวจรับเจ้าหน้าที่ได้นำกล่องบรรจุฎีกาเข้าไปเก็บไว้ในห้องมั่นคง โกดัง 2 ซึ่งเป็นห้องกระจก มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาและมีกล้องวงจรปิดตรวจจับตลอด 24 ชั่วโมง
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่าภายหลังการรับมอบฎีกาทั้ง 383 กล่อง ว่า กระทรวงยุติธรรมจะยังไม่เปิดกล่องดูเนื้อหา ในเบื้องต้นจะตรวจสอบเพียงว่าลังบรรจุฎีกามีจำนวนครบ 383 กล่องหรือไม่ และในจำนวนดังกล่าวมีกล่องบรรจุที่ชำรุดเสียหายทั้งหมดกี่กล่อง โดยภายหลังการตรวจรับห้องมั่นคงจะปิดตายไม่ให้มีใครเข้าออกจนกว่าจะมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งขณะนี้นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังไม่ได้ตั้งแนวทางการตรวจสอบเนื้อหาของฎีกาดังกล่าว ซึ่งกฎหมายไม่ได้มีการกำหนดเวลาให้ต้องตรวจสอบภายใน 60 วัน เนื่องจากผู้ต้องโทษไม่ได้รับโทษประหารชีวิต
ส่วนกรณีทีกลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมติดตามฎีกาวันที่ 30 ส.ค.นั้น นายชาญเชาว์ กล่าวว่า ขณะนี้เหลืออีกเพียง 5 วันก็จะถึงวันที่ 30 ส.ค. จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจสอบฎีกาทั้งหมดได้ทัน นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรมยังต้องรอจนกว่านายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งติดราชการที่ต่างประเทศจะกลับถึงประเทศไทยกลางดึกวันที่ 30 ส.ค. อย่างไรก็ตาม ยืนยันได้ว่าฎีกาจะถูกเก็บรักษาปลอดภัย 100 % โดยโกดัง 2 ที่ใช้เก็บรักษาฎีกาจะถูกปิดตลอดเวลา นอกจากนี้ตนยังมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ดีเอสไอ นำกำลังมาร่วมดูแลความเรียบร้อยด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้( 25 ส.ค.) นายพีระพันธ์ ได้มอบหมายให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปรบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ไปประชุมร่วมกับผู้บริหารกรมราชทัณฑ์เพื่อเตรียมความพร้อมในการตรวจสอบเนื้อหาของฎีกา โดยคาดว่าจะนำเสนอแนวทาง 2 แนวทาง ต่อรมว. ยุติธรรม ได้แก่ 1. ทำให้ฎีกาของคนเสื้อแดงเหมือนกับฎีกาอื่น ๆ โดยจะส่งให้ส่วนอภัยโทษ กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบเนื้อหาของฎีกาว่าเข้าหลักเกณฑ์การยื่นของพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ และแนวทางที่ 2. หากเนื้อหาของฎีกายุ่งยากซับซ้อนโดยมีเนื้อเป็นฎีการ้องทุกข์ปะปนอยู่กับการขออภัยโทษ จะเสนอให้ตั้งคณะกรรมการที่มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมตรวจสอบ และเสนอความเห็นไปยังรมว.ยุติธรรมว่าสมควรดำเนินการอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครเห็นเนื้อหาที่แท้จริงของฎีกาดังกล่าว ในเบื้องต้นทราบเพียงว่ามีฎีกา 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นฎีกาที่ราษฎรจำนวนมากยื่นทูลเกล้าฯ และอีกฉบับเป็นฎีกาของพระสงฆ์



