
ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่คนไทยอย่างล้นพ้น
บรรยากาศวันที่ 85 ของการเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ มีประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางมาเข้าแถวรอสักการะตั้งแต่เช้ามืด
บรรยากาศวันที่ 85 ของการเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ มีประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางมาเข้าแถวรอสักการะตั้งแต่เช้ามืด ตลอดทั้งวันมีอากาศค่อนข้างร่มรื่น ทำให้การเดินเท้าเข้าไปยังพระบรมหาราชวังของประชาชนเป็นไปด้วยความราบรื่น และรวดเร็ว
ดร.วิชิต เกียรติศรีชาติ-ผศ.ฤทัยรัตน์ รตโนภาส
ดร.วิชิต เกียรติศรีชาติ รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน ตัวแทนเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลกล่าวด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณว่า เมื่อครั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ เจริญสัมพันธไมตรีกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จในฐานะนักเรียนไทยในต่างแดน แม้จะผ่านมานานแล้วแต่ยังจำความรู้สึกตื่นเต้นนั้นได้ แต่ก็น้อยกว่าเพื่อนร่วมรุ่นขนาดพูดติดอ่าง เมื่อพระองค์รับสั่งถามว่า “ชื่ออะไร เรียนวิชาอะไร” นับเป็นความอบอุ่นดับความว้าเหว่ยามอยู่ห่างบ้านห่างเมือง โอกาสนี้ยังได้ทอดพระเนตรเรือตรวจการณ์ของกองทัพเรือ เมื่อเสด็จฯ กลับเมืองไทย ทรงมีรับสั่งให้กองทัพเรือต่อเรือตรวจการณ์เป็นลำแรกด้วย
ด้าน ผศ.ฤทัยรัตน์ รตโนภาส ผจก.มูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน กล่าวเสริมว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับมูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปัจจุบันก่อตั้งมาครบ 50 ปี โดยจัดกิจกรรมการกุศลต่างๆ เช่น การแข่งขันกอล์ฟชิงถ้วยพระราชทาน รายได้จากการจัดงานทางคณะกรรมการนำทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลสมทบทุนอานันทมหิดล เหตุเพราะรัชกาลที่ 8 เสด็จพระราชสมภพที่ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ซึ่งทางมูลนิธิได้ก่อตั้งขึ้นในวันคล้ายวันพระราชสมภพด้วย เมื่อทราบว่าได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ คณะกรรมการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ ทุกระดับต่างมีความปลาบปลื้มใจ เต็มใจที่จะมาอุทิศกุศลถวายด้วยความจงรักภักดี
ขวัญเมือง เรืองลคร
นางขวัญเมือง เรืองลคร วัย 62 ปี จาก จ.สิงห์บุรี เผยว่าเดินทางออกจากบ้านประมาณตี 4 และมารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพได้ในช่วง 9 โมงเช้า ในวันนี้อากาศดี เป็นใจ ทำให้ไม่รู้สึกอ่อนเพลีย โดยก่อนหน้านี้ได้ติดตามข่าวมาว่าต้องรอนาน ก็เตรียมตัวมาอย่างดีคิดว่าถ้ามาแล้วร้อนมาก หรือฝนตก ก็จะอดทน ให้ได้เข้าไปกราบพระองค์ท่านสักครั้ง
“ วันนี้มากับญาติๆ เพื่อนบ้านชาวไร่ชาวนาอีก 13 คน เราตั้งใจอยากจะมาตั้งแต่วันแรกๆ แต่ดูข่าวแล้วอยากให้คนจังหวัดไกลๆ ได้มาก่อนดีกว่า พอได้เข้าไปรู้สึกข้างในสวยมากเหมือนสรวงสวรรค์ อฐิษธานให้พระองค์ได้ไปอยู่สวรรค์ข้างบนนั้น ขอบคุณที่พระองค์ทำทุกอย่างที่มีประโยชน์ให้กับประชาชน ผืนนาตัวเองทำปัจจุบันได้ผลดีตลอด แต่เมื่อสมัยก่อนอยูที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี แห้งแล้งมากๆ ทำนาไม่ขึ้นเลย จนพระองค์มาสร้างเขื่อนป่าศักดิ์ชลสิทธิ์ น้ำก็มีใช้ในการเกษตรตลอด ทั้ง จ.สิงห์บุรี และ จ.ลพบุรี ก็ทำนาทำไร่ได้ผลตลอดทั้งปี เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมอบให้ตัวเองและชาวบ้านมีความสุขทุกวันนี้ ”นางขวัญเมือง กล่าวน้ำตาคลอ
อังธิกา ศรสวรรค์ วัจน์นาถรุ่งโรจน์
ด้าน 2 แม่ลูกเผ่าม้ง จาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย นางอังธิกา วัจน์นาถรุ่งโรจน์ วัย 37 ปี และ น.ส.ศรสวรรค์ วัจน์นาถรุ่งโรจน์ วัย 16 ปี มาในชุดประจำเผ่าพร้อมกับเพื่อนชาวเผ่าอีก 100 กว่าคน เดินทางจากบ้านมาตอนบ่าย 3 โมง ของวันที่ 25 ม.ค. และมารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพในช่วงเช้าทันที เผยด้วยรอยยิ้มว่า ดีใจที่ได้เข้ามากราบเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต จะเอาเรื่องราวของพระองค์ท่านและการเดินทางในวันนี้ไปเล่าต่อให้ลูกหลานๆ ในอนาคต
“พระองค์ไม่เคยเสด็จฯ มาที่เชียงของ แต่เราก็ได้ยินเรื่องที่ทรงไปช่วยเหลือชาวเผ่าในที่สูงให้มีชีวิตที่ดี มีโครงการหลวงพัฒนาชุมชน ทำให้เราที่ดูอยู่นั่นภูมิใจที่ได้เกิดมาในประเทศไทย ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่มีอิสระเสรี ร่มเย็นเป็นสุข มีพระมหากษัตริย์ ที่มีพระเมตตาสูงมาก อนาคตเราคิดเตรียมไว้นะว่าถ้าได้อยู่ถึงวัยที่มีหลาน เป็นคุณย่าคุณยาย จะคอยเล่าเรื่องของพระองค์ให้เขาฟัง และเล่าเรื่องวันนี้ที่บรรพบุรุษพร้อมใจกันมาสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พวกเรารักให้คนรุ่นหลังไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ”นางอังธิกา กล่าว
ด้าน น.ส.ศรสวรรค์ นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเทศบาล 6 จ.เชียงราย เล่าความรู้สึกว่า ได้เรียนรู้เรื่องราวพระราชกรณียกิจของพระองค์ตั้งแต่เรียนประถม คุณครูจะเล่าให้ฟังตลอด รู้สึกว่าพระองค์เป็นคนเก่งมากๆ ทำประโยชน์หลายๆ อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เเละเพราะเป็นคนรุ่นหลังเลยไม่เคยคิดว่าจะได้รับเสด็จฯ พระองค์ จนแม่พามาวันนี้รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองที่ตั้งใจมา และมาได้สำเร็จ เพื่อนๆ ก็ยังไม่มีใครมาเลยอยากเอาประสบการณ์นี้กลับไปเล่า แนะนำให้เพื่อนๆ ได้มากราบสักการะพระบรมศพ ในฐานะคนไทยที่เกิดในรัชกาลที่ 9 สักครั้ง
อย่างไรก็ตาม สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.20 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 40,665 คนรวม 84 วันมี 3,696,289 คนและมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,373,290 บาทรวม 84 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 310,923,405.04 บาท



