ข่าว

สายงานอาชีพใดจะ‘รุ่ง-ร่วง’!

สายงานอาชีพใดจะ‘รุ่ง-ร่วง’!

26 ม.ค. 2560

เช็กลิสต์สายงานส่อ ‘รุ่ง-ร่วง’ หลายอาชีพบุคลากรล้นตลาด

 

           สถานการณ์ตลาดแรงงานและความต้องการแรงงานในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันแรงงานสายงานอาชีพใด จะรุ่ง และ จะร่วง “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” มีคำตอบให้

           ทั้งนี้ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ จากผลสำรวจผู้สมัครงานผ่านแมนพาวเวอร์กว่า 7 หมื่นราย และนายจ้างซึ่งเป็นลูกค้ากว่า 150 บริษัท ในปีที่ผ่านมา พบว่าแรงงานและความต้องการแรงงานมีความสมดุลกันมากขึ้น แต่อัตราการว่างงานยังมีความผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยปี 2559 อัตราว่างงานเฉลี่ยที่ 1%จากปี 2559 เฉลี่ยที่ 0.9%

           น.ส.สุทธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวว่า อัตราว่างงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้น สะท้อนปัญหาแรงงานไทยทั้งปริมาณและคุณภาพที่ผลิตออกมาไม่ได้คุณสมบัติตามที่ตลาดงานต้องการ โดยพบว่ายังขาดแคลนในส่วนของแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง

           ทั้งนี้ บริษัทแมนพาวเวอร์กรุ๊ป พบว่า 15 อันดับสายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ได้แก่ 1.งานบัญชีและการเงิน 20.74 เปอร์เซ็นต์ 2.การตลาด และประชาสัมพันธ์ 12.91 เปอร์เซ็นต์ 3.งานธุรการ และทรัพยากรบุคคล 10.48 เปอร์เซ็นต์ 4.งานขายและงานพัฒนาธุรกิจ 9.42 เปอร์เซ็นต์ 5.งานบริการลูกค้า 7.82 เปอร์เซ็นต์ 6.งานวิศวกร 7.75 เปอร์เซ็นต์ 7.งานการผลิต 6.30 เปอร์เซ็นต์ 8.งานไอที 4.71 เปอร์เซ็นต์

           9.งานท่องเที่ยว งานโรงแรม งาน F&B 4.10 เปอร์เซ็นต์ 10.งานบริการด้านการแพทย์ 4.10 เปอร์เซ็นต์ 11.งานขนส่ง และโลจิสติกส์ 3.79 เปอร์เซ็นต์ 12.งานระดับผู้บริหาร 1.89 เปอร์เซ็นต์ 13.งานด้านอสังหาริมทรัพย์ 1.59 เปอร์เซ็นต์ 14.งานบริการเฉพาะทาง (งานกฎหมาย ล่าม ที่ปรึกษา นักแปล) 1.44 เปอร์เซ็นต์ และ15.งานก่อสร้าง 1.13 เปอร์เซ็นต์

           โดยพบว่าสอดคล้องกับสายงานที่เป็นที่ต้องการของแรงงานถึง 12 สายงาน โดย 15 อันดับแรกของสายงานที่เป็นที่ต้องการของแรงงาน ได้แก่ 1.การตลาด และประชาสัมพันธ์ 15.70 เปอร์เซ็นต์ 2.งานธุรการ และทรัพยากรบุคคล 14.96 เปอร์เซ็นต์ 3.การเงิน และธนาคาร 11 เปอร์เซ็นต์ 4.งานวิศวกร 8.16 เปอร์เซ็นต์ 5.งานไอที 7.15 เปอร์เซ็นต์ 6.งานขนส่ง และโลจิสติกส์ 6.99 เปอร์เซ็นต์ 7.งานขายและงานพัฒนาธุรกิจ 6.40 เปอร์เซ็นต์ 8.งานระดับผู้บริหาร ร้อยละ 4.32 เปอร์เซ็นต์

           9.งานการผลิต 3.54 เปอร์เซ็นต์ 10.งานบริการเฉพาะทาง (งานกฎหมาย ล่าม ที่ปรึกษา นักแปล) 2.89 เปอร์เซ็นต์ 11.งานบริการลูกค้า 2.70 เปอร์เซ็นต์ 12.งานบริการด้านการแพทย์ 2.41 เปอร์เซ็นต์ 13.งานวิทยาศาสตร์ งานวิจัย 2.12 เปอร์เซ็นต์ 14.งานราชการและงานบริการสาธารณะ 1.90 เปอร์เซ็นต์ 15.งานพ่อบ้าน แม่บ้าน พนักงานอิสระ 1.30 เปอร์เซ็นต์

 

สายงานอาชีพใดจะ‘รุ่ง-ร่วง’!

 

           น.ส.สุทธิดา กล่าวว่า เมื่อวิเคราะห์ลงไปในรายละเอียด พบว่า 5 อันดับแรกของแรงงานที่มีความต้องการสูง และมีแนวโน้มขาดแคลน ได้แก่ 1.บัญชีและการเงิน ซึ่งมีความต้องการในทุกระดับตำแหน่ง โดยพบว่ามีความต้องการบุคลากรในด้านนี้มาต่อเนื่องจากทุกธุรกิจ และกลุ่มธุรกิจ 2.งานบริการลูกค้า ซึ่งจะแบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เช่น บริการทั่วไป ค้าปลีก อาหาร สุขภาพ ความสวยงาม และอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจเฉพาะทาง เช่นงานบัญชี ประกัน งานบริการให้คำปรึกษาธุรกิจ และงานบริการเทเลคอมและโมบาย

           3.งานขายและงานพัฒนาธุรกิจ บุคลากรในกลุ่มงานนี้จะได้รับแรงกดดันสูงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้มีการย้ายงานสูงและต้องการคนเข้ามาทดแทนมาก โดยงานขายที่มีแรงคืองานขายที่ต้องการความรู้และเทคนิคเฉพาะทาง เช่น งานไอที โซลูชั่น 4.สายงานการผลิต ที่มีความต้องการคือพนักงานประจำ ตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงานธุรการ ล่าม โดยเฉพาะล่ามญี่ปุ่น ฝ่ายทรัพยากรบุคคล พนักงานบัญชี แต่ส่วนแรงงานในภาคการผลิตนั้นมีเพียงพออยู่แล้ว

           สุดท้ายคือ 5.งานบริการด้านการแพทย์ ในทุกสาขาอาชีพ ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของคนที่หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม พบว่าบุคลากรในสาขากายภาพบำบัด และเทคนิคการแพทย์ ในปัจจุบันหันไปเป็นแอร์โฮสเตสกันเป็นจำนวนมาก เพราะจะได้เปรียบในแง่การให้ความช่วยเหลือคนบนเครื่องบินได้

           อย่างไรก็ตาม สำหรับ 5 สายงานที่เสี่ยงตกงานมากที่สุดจากการสำรวจในปีที่ผ่านมา พบว่า 1.ธุรกิจและทรัพยากรบุคคล แม้จะมีความต้องการสายงานนี้ต่อเนื่อง แต่บุคลากรที่ผลิตออกมาก็มีปริมาณมากกว่าตำแหน่งงานที่ต้องการ ทำให้อยู่ในภาวะล้นตลาด 2.ขนส่งและโลจิสติกส์ เนื่องจากปี 2559 ที่ผ่านมาการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศไม่ดีนัก และส่วนใหญ่แรงงานที่กลุ่มนี้ต้องการก็คือพนักงานที่ประจำในสำนักงานมากกว่า ขณะที่บุคลากรด้านขนส่งและพนักงานคลังสินค้า ก็ล้นตลาดอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อการส่งออกเติบโตขึ้นความต้องการบุคลากรในกลุ่มนี้ก็น่าจะมีมากขึ้น

           3.การตลาดและประชาสัมพันธ์ โดยพบว่ามีการผลิตบุคลากรในด้านนี้ออกมาล้นตลาด เกินความต้องการของตลาด 4.งานไอที ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มที่เสี่ยงจะตกงานจะเป็นงานไอที ด้านการสนับสนุนพื้นฐาน ในระดับปฏิบัติการ ขณะที่ไอทีกลุ่มที่กำลังเป็นที่ต้องการ และจะไม่ตกงาน คือ กลุ่มซอฟต์แวร์ ดีเวลลอปเปอร์, แอพพลิเคชั่น ดีเวลลอปเปอร์, เว็บ ดีเวลลอปเปอร์, โปแกรมเมอร์ และซิสเท็ม ดีเวลลอปเปอร์ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีทักษะความรู้ในเชิงลึก และ5.ระดับผู้บริหาร มีโอกาสตกงาน จากปี 2559 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจขยายตัวน้อยมาก หากการบริหารงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็จะถูกบีบให้ออก แต่กลุ่มที่จะไม่ตกงานคือกลุ่มที่มีทักษะพิเศษ เช่น ในภาคบริการ อุตสาหกรรมการค้า และธุรกิจบริการโรงแรม

           น.ส.สุทธิดา กล่าวอีกว่า จากผลสำรวจยังพบว่าความต้องการแรงงานในสายวิทย์ยังมีมากกว่าสายศิลป์ โดยจากการที่รัฐบาลมีความตื่นตัวและหันไปขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้บุคลการด้านวิศวกร ไอที โลจิสติกส์ เหมืองแร่ และระบบรางเพื่อสนับสนุนสายงานการลงทุนรถไฟฟ้า มีความต้องการมากขึ้น ขณะเดียวกันบุคลากรที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการ สะท้อนถึงภาคธุรกิจที่กำลังฟื้นตัว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจให้บริการ อุตสาหกรรม การค้า ค้าปลีก และด้านไอที นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ อสังหาริมทรัพย์ การจัดการบริการและโรงแรม สมาคมมูลนิธิ และวัสดุก่อสร้าง

           “ขณะเดียวกันยังพบด้วยว่า เศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวอยู่ในเฉพาะเขตเมือง ในกรุงเทพฯ และเขตอุตสาหกรรมเท่านั้น และแรงงานไทยนิยมทำงานในประเทศมากกว่าไปต่างประเทศ ซึ่งไม่สอดคล้องกับนายจ้างที่จะต้องการบุคลากรที่ประจำในพื้นที่ต่างๆ” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์ กรุ๊ป กล่าว