ข่าว

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อคนไทย

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อคนไทย

25 ม.ค. 2560

ประชาชนยังแน่นรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในขณะที่สำนักพระราชวังสรุปจนถึงวันที่ 24 ม.ค.ประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินทั้งสิ้น 307,550,115.04 บาท

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อคนไทย

วันที่ 25 มกราคม 2560 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 หลังปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.15 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 39,648 คน รวม 83 วัน มียอดสะสม 3,655,624 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 3,045,784.50 บาท รวม 83 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 307,550,115.04 บาท

สำหรับบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ วันนี้สำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ให้ประชาชนเข้าไปรอขึ้นกราบ เวลา 04.45 น. โดยบรรยากาศตลอดทั้งวันมีประชาชนทุกเพศทุกวัยแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำ เดินทางมาจากทั่วประเทศ อาทิ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา บุรีรัมย์ ยโสธร ขอนแก่น ชัยนาท สุพรรณบุรี ลำปาง พะเยา นนทบุรี เพชรบุรี พัทลุง ภูเก็ต ฯลฯมารอเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายช่วงเช้า และร้อนจัด ในตอนบ่าย หลายคนมาหลายครั้งด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และตั้งใจจะเข้ากราบพระบรมศพให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อคนไทย

กนกวรรณ ดินไสว (ที่ 2 จากซ้าย) และเพื่อนบ้าน

น.ส.กนกวรรณ ดินไสว อายุ 59 ปี อาชีพค้าขาย พื้นเพชาวเป็นชาวบุรีรัมย์แล้วมาตั้งถิ่นฐานอยู่ย่านตลิ่งชัน กรุงเทพฯ กล่าวว่า เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ เป็นครั้งที่ 5 แล้ว และวันนี้ถือโอกาสชักชวนเพื่อนบ้านอีก 4 คนออกจากที่พักเมื่อเวลาตี 5 เข้าแถวรอและได้เข้ากราบสักการะตอน 9 โมงถือว่าเร็วมากหากเทียบกับครั้งก่อนๆ ที่ต้องรอ 5-8 ชม. ตั้งแต่หลังปีใหม่มีการจัดระเบียบใหม่อย่างดีทำให้ประชาชนมีความคล่องตัวมากขึ้น ส่วนตัววางแผนไว้ว่าจะเข้ากราบสักการะพระบรมศพให้ครบ 9 ครั้งเพื่อสิริมงคลต่อชีวิตและครอบครัว

“รู้สึกปลาบปลื้มใจทุกครั้งที่ได้กราบพระบรมศพในหลวง ร.9 จนอยากมาเรื่อยๆ จริงๆ แข้งขาไม่สู้ดีนัก เพราะเพิ่งผ่าตัดดามเหล็กไว้ รู้สึกเจ็บตลอดถ้าเดินไกลๆ แต่ไม่เป็นอุปสรรคเลย และไม่อยากเรียกใช้รถเข็นวิลแชร์ด้วย เอาไว้ให้คนที่เดินไม่ไหวจริงๆ ดีกว่า ทุกครั้งจะอธิษฐานต่อหน้าพระบรมโกศขอให้หายเจ็บขา และมาได้เรื่อยๆ ขอให้ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข ค้าขายรุ่งเรือง เหมือนมีปาฏิหาริย์นะ ออกมาไม่ค่อยเจ็บขาเลย ทุกวันนี้พยายามเดินตามรอยท่านในการอดทน พยายามอย่างถึงที่สุด ตั้งแต่เกิดมาเห็นท่านเดินทางไปทุกที่ ท่านตื่นเช้า ทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง เราอาชีพค้าขายก็ตื่นเช้าทุกวัน ที่บ้านแขวนรูปของท่านไว้บูชาด้วย เป็นกำลังใจให้สู้ชีวิต” น.ส.กนกวรรณ เผย

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อคนไทย

วิมลรัตน์ สาลี

ด้านนางวิมลรัตน์ สาลี อายุ 54 ปี รองนายกเทศมนตรี ตำบลหนองแก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เดินทางมากับชาวบ้าน 170 คน กล่าวว่า ออกมาจากบ้านตอน 5 ทุ่มครึ่ง แล้วเข้าคิวรอตอนตี 3 ตั้งใจพาชาวบ้านผู้เฒ่าคนแก่ในชุมชน มาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก เมื่อได้ขึ้นไปกราบแล้วก็รู้สึกตื้นตัน ภูมิใจ ชาวบ้านหลายคนก็รู้สึกดีใจที่ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้มา ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงก็ตั้งใจมา แม้จะไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน เพราะทุกคนรักพระองค์ อยากมาส่งเสด็จฯ พระองค์เป็นครั้งสุดท้าย ในหลวง ร.9 ได้ทรงงานหนักเพื่อคนไทย ส่วนตัวประทับใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้นำมาใช้กับครอบครัว และชาวบ้านในชุมชนก็ได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจผสมผสานมาใช้ ปลูกผัก มะม่วง มะละกอ สร้างอาชีพ อย่างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่กักเก็บน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่ไหลผ่านสระบุรี ก็ทำให้น้ำไม่ท่วม และมีน้ำใช้ในการเพาะปลูกได้ด้วย

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อคนไทย

พี่น้องชาวกรุงเก่า 

น.ส.จิตรา อยู่วัฒนา วัย 40 ปี พสกนิกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาพร้อมพี่น้องชาวกรุงเก่าจำนวน 250 คน โดยเหมารถบัสมา 6 คัน ตั้งแต่ตี 4 และได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตอน 10.00 น. วินาทีแรกรู้สึกตื้นตันปลื้มปิติเข้ามาแทนที่ความเหนื่อยล้าและความเพลียจากการอดนอนได้เป็นปลิดทิ้ง ในชีวิตนี้มีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จในหลวง ร.9 ในฐานะพสกนิกรถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่ ผ่านมาแต่ตอนนั้นยังเด็กอยู่มากจึงจำไม่ค่อยได้ แต่สิ่งหนึ่งที่จำไม่เคยลืมเลยก็คือพระพักตร์ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา และครั้งล่าสุดเมื่อปี 2555 ที่ได้เสด็จฯทุ่งมะขามหย่อง พระนครศรีอยุธยา ตอนนั้นได้ชื่นชมพระพักตร์อย่างใกล้ชิดตัสเองและเพื่อนๆ ดีใจมากจนน้ำตาไหลนองหน้าที่ครั้งหนึ่งในชีวิตก็มีโอกาสได้รับเสด็จฯพระราชาผู้ยิ่งใหญ่เปี่ยมด้วยน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมไพศาล

“สิ่งหนึ่งที่เราเห็นจนชินตาคือภาพที่พระองค์ทรงงานอย่างมิเคยเหน็ดเหนื่อยเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรทุกหนแห่งอย่างไม่แบ่งชนชั้นวรรณะเชื้อชาติศาสนา หรือแม้แต่ที่ทุรกันดารไกลปืนเที่ยงพระองค์ก็จะเสด็จฯ ไปพร้อมพระราชทานความช่วยเหลือทุกครั้ง สิ่งที่เราในฐานะคนไทยคนหนึ่งจะทำเพื่อตามรอยพระองค์ท่านได้คือการเป็นคนดี มีน้ำใจช่วยเหลือผู้ที่มีความเดือดร้อนให้เขาคลายความทุกข์ได้”น.ส.จิตรา กล่าว