
"ตรุษจีน"ยันเนื้อหมู่ปลอดภัย!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
กรมปศุสัตว์จับมือพันธมิตร ยืนยันภาคปศุสัตว์คุมเข้มการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์ แนะผู้บริโภคเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากฟาร์มมาตรฐานปลอดภัย เพื่อสร้างเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคช่วงตรุษจีน
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมตัวแทนสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ร่วมแถลงข่าว “ภาคปศุสัตว์ย้ำคุมเข้มการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์ แนะผู้บริโภคเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากฟาร์มมาตรฐานปลอดภัย” ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล พญาไท กรุงเทพฯ เพื่อตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรของไทย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน
นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่มีการรายงานทางวิชาการและมีข่าวสารเกี่ยวกับการดื้อยาต้านจุลชีพโดยเฉพาะการตรวจพบยีนดื้อยา Colistinmcr-1 ในประเทศจีนนั้นกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการมาตรการต่างๆ โดยได้มีหนังสือแจ้งไปยังภาคเอกชน สมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ เพื่อขอให้ควบคุมและลดปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์ โดยเฉพาะ Colistin ให้ใช้กรณีจำเป็นเท่านั้น
อีกทั้ง ทางกรมปศุสัตว์บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้ใช้ยาสัตว์และอาหารสัตว์ที่ผสมยาหรือสารต้องห้ามที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ในปี 2559 มีการจับกุมดำเนินคดีมากกว่า 100 ราย โดยมีการยึดยา Colistin เถื่อนที่เป็นเภสัชเคมีภัณฑ์ด้วยซึ่งปัจจุบันในการเลี้ยงสุกรยังมีการใช้ยาปฏิชีวนะในลูกสุกรเพื่อป้องกันหรือควบคุมไม่ให้เกิดโรค กรมปศุสัตว์ร่วมมือกับภาคเอกชนในการส่งเสริม สนับสนุนแนะนำให้จัดทำระบบการเลี้ยงที่สามารถป้องกันโรคได้
ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจและลดการใช้ยาปฏิชีวนะ และร่วมกับภาคเอกชนศึกษาวิจัยทดลองภาคสนามในการใช้สมุนไพร Probiotic Prebiotic หรือสารจากธรรมชาติมาทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งผลการวิจัยมีแนวโน้มจะใช้ป้องกันควบคุมโรคได้ ทั้งยังร่วมกับกระทรวงสาธารสุขและหน่วยงานที่เกียวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพของไทย พ.ศ.2560-2564 เพื่อป้องกัน ควบคุมเชื้อดื้อยา กำกับดูแลการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง
ที่สำคัญกรมปศุสัตว์เสนอให้มีการแก้กฎหายเกี่ยวกับยา (พ.ร.บ.ยา 2510) เพื่อให้กำกับดูแลเภสัชเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าไปในฟาร์มได้ และการขายยาสัตว์บางชนิดต้องขายให้ผู้มีใบสั่งซื้อมาจากสัตวแพทย์และควบคุมการนำยาปฏิชีวนะไปผสมในอาหารสัตว์ โดยใช้พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 กำหนดให้มีสัตวแพทย์ประจำโรงงานผลิตอาหาร ซึ่งสัตวแพทย์เท่านั้นที่จะสั่งให้มีการผสมยาในอาหารสัตว์ได้โดยต้องเป็นยาที่ขึ้นทะเบียนยาและมีข้อบ่งใช้สำหรับผสมอาหารสัตว์เท่านั้น
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต
“การเลี้ยงสัตว์ต้องให้ความสำคัญกับการจัดการฟาร์มที่ดี มีการควบคุมการใช้ยาเท่าที่จำเป็น ให้ความสำคัญกับระบบควบคุมโรคและไม่นำยาปฏิชีวนะ ที่มีคุณค่าในการรักษาโรคในมนุษย์มาใช้ทดแทนการจัดการฟาร์มที่ไม่ถูกต้องจะสามารถป้องกันปัญหาการถ่ายทอดการดื้อยาระหว่างมนุษย์และสัตว์ได้ กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญกับการจัดระบบฟาร์มมาตรฐาน โรงฆ่าสัตว์ที่ถูกสุขอนามัย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ทางปศุสัตว์มีความสะอาดปลอดภัยต่อผู้บริโภค” รองอธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว



