ข่าว

ชุดตรวจไส้เดือน นวัตกรรมส่งออกพืชผัก

ชุดตรวจไส้เดือน นวัตกรรมส่งออกพืชผัก

24 ม.ค. 2560

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

         ผลพวงจากปัญหาการตรวจเจอไส้เดือนฝอยในกลุ่มสินค้าพืชผักสดของไทยส่งออกไปตลาดอียู ทำให้สินค้าต้องถูกตีกลับสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับกลุ่มดังกล่าว ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาวิธีแก้ปัญหา โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีหน้าที่หลักในการตรวจตราสินค้าอย่างละเอียดเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้ชุดตรวจไส้เดือนฝอยศัตรูพืชภาคสนาม ใช้คลื่นความถี่เหนือเสียง ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมเด่นของนุชนารถ ตั้งจิตสมคิดและวานิช คำพานิช จากสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร เป็นที่ยอมรับในความแม่นยำสูงในการสุ่มตรวจไส้เดือนฝอยที่ติดอยู่ในสินค้ากลุ่มพืชผักสดเพื่อการส่งออก

ชุดตรวจไส้เดือน นวัตกรรมส่งออกพืชผัก

            นุชนารถเล่าว่าการคิดค้นเครื่องมือชุดตรวจไส้เดือนฝอยศัตรูพืชภาคสนามโดยใช้คลื่นความถี่เหนือเสียงนี้ได้เริ่มดำเนินการมาหลายปีแล้ว โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยเกษตรหรือสวก.(องค์กรมหาชน) ก่อนจะประสบความสำเร็จและสามารถนำมาใช้ในการสุ่มตรวจพืชผักสดเพื่อการส่งออก โดยนำไปใช้สุ่มตรวจตามด่านตรวจพืชนำเข้า-ส่งออกทั่วประเทศ รวมถึงบริษัทผู้ส่งออกสินค้าพืชผักไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศและยังเป็นผลงานนวัตกรรมได้รับรางวัลดีเด่นจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติประจำปี 2560 ด้วย

              “คุณสมบัติเด่นของนวัตกรรมชิ้นนี้ ใช้สำหรับตรวจแยกไส้เดือนฝอยศัตรูพืชในกลุ่ม Mimgratory endoparasite จัดเป็นชุดเครื่องแยกไส้เดือนฝอยออกจากรากที่มีขนาดเล็ก พร้อมติดตั้ง Mini microscope กำลังขยาย50 เท่าใช้ส่องตรวจค้นหาไส้เดือนฝอยที่แยกออกจากรากได้ทันที ผู้ใช้สามารถพกพาไปใช้ในแปลงปลูกที่ประสบปัญหาการปนเปื้อนไส้เดือนฝอยในระบบราก ได้แก่พรรณไม้น้ำ กล้วยไม้ หน้าวัว ฟิโลเดนดรอน กวักมรกตและพืชผักต่าง ๆ หรือนำไปใช้ที่ด่านตรวจพืชนำเข้า-ส่งออกเพื่อตรวจรับรองไส้เดือนฝอยศัตรูพืชกักกันได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำอีกด้วย จากเดิมเราใช้เวลา 1-2 วันผ่านขั้นตอนต่าง ๆ แต่ใช้เครื่องนี้จะรู้ได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาที”

               เธอกล่าวถึงหลักการทำงานของนวัตกรรมชิ้นนี้ โดยระบุว่าเป็นกระบวนการแยกไส้เดือนฝอยออกจากรากด้วยคลื่นเสียงอุลทราโซนิคที่ความถี่ 40 กิโลเฮิร์ท ผลักดันไส้เดือนฝอยที่อาศัยอยู่ภายในรากเคลื่อนที่ออกมา โดยมีน้ำเป็นตัวกลางส่งคลื่นความถี่สู่รากพืช มีผลทำให้โมเลกุลของของเหลวเกิดการบีบอัดและคลายตัวเป็นจังหวะเกิดเป็นฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมากที่มีพลังงานแฝง ซึ่งสามารถเข้าซอกซอนในระบบรากและรบกวนขับไล่ไส้เดือนฝอยให้เคลื่อนที่ออกมาสู่น้ำ โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น ในขณะวิธีอื่น ๆ ใช้เวลานานตั้งแต่ 2-48 ชั่วโมง

                นับเป็นอีกก้าวในการตรวจสิ่งปนเปื้อนพืชผัก พรรณไม้น้ำและไม้ประดับเพื่อการส่งออกด้วยนวัตกรรมเด่นชุดตรวจไส้เดือนฝอยศัตรูพืชภาคสนามโดยใช้คลื่นความถี่เหนือเสียง อันเป็นผลงานของนักวิจัยไทย โดยผลงานดังกล่าวจะนำมาจัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2560 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2560 นี้

  โครงสร้างและส่วนประกอบ

         1.โครงสรา้งสแตนเลสรูปทรงสี่เหลี่ยม กว้าง20Xยาว20Xสูง20

           2.อ่างสแตนเลสสำหรับใส่น้ำกว้าง9X ยาว15Xลึก6 ใต้อ่างเชื่อมต่อด้วยหัวส่งคลื่นความถีเหนือเสียง40กิโลเฮิร์ท

           3.แผ่นอคริลิคความหนา3มม.เจาะเป้นวงกลมสำหรับวาภาชนะแก้วใส2ใบ

           4.ฐานวางจานตรวจไส้เดือนฝอย

           5.กล้องจุลทรรศน์ขนาดเล็กกำลังขยาย 50 เท่า

           6.ช่องเก็บกล้องจุลทรรศน์พร้อมถุงกันกระแทก

           7.สวิชท์ปิด-เปิดเครื่องกำเนิดคลื่นความถี่เหนือเสียงตั้งเวลาอัตโนมัติ 20 นาที

           8.สวิชท์ปิด-เปิดไฟและหมุนปรับหรี่ส่องแสงด้านล่างของจาน

           9.สวิชท์ปิด-เปิดพัดลมระบายความร้อน

           10.สายไฟพร้อมปลั๊กเสียบกำลังไฟ 220 โวล์