ข่าว

แชร์สนั่น!หญิงสติไม่ดีสาดน้ำร้อนใส่จนท.ป.ป.ส.

แชร์สนั่น!หญิงสติไม่ดีสาดน้ำร้อนใส่จนท.ป.ป.ส.

23 ม.ค. 2560

โลกโซเชียลแห่แชร์คลิปหญิงสติไม่ดีสาดน้ำร้อนใส่คอเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เจ็บ ขณะที่ตำรวจเร่งติดตามตัว

 

           เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกโซเชียลเฟซบุ๊กเพจ (Youlike) มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 1.11 นาที พร้อมระบุว่าเมื่อเวลา 08.30 น. ได้เกิดเหตุหญิงไม่ทราบชื่อและสกุล อายุประมาณ 40-50 ปี ผิวสีดำแดง ผมสั้นถึงหัวไหล่ สวมชุดกระโปรงสีเข้มคลุมทับด้วยเสือคลุมสีส้ม สะพายกระเป๋าสีดำมีแถบสีส้ม สวมรองเท้าแตะสายสีเหลือง ก่อเหตุใช้น้ำร้อนราดตัวเจ้าหน้าที่หญิงรายหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บริเวณหน้าสำนักงาน ป.ป.ส. ถนนดินแดง แขวงถนนสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

           ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงคอจนถึงแผ่นหลัง ก่อนจะไปรับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่ผู้ก่อเหตุได้เดินไปทางป้ายรถเมล์ใกล้กับสำนักงานดังกล่าวและหายไป ทั้งนี้คาดว่าผู้ก่อเหตุมุ่งกระทำต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งหลังจากมีคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลต่างมีผู้ชมวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีผู้หญิงที่ก่อเหตุอาจจะมีอาการป่วยทางจิต หรืออาจมีปัญหาความขัดแย้งกัน ผู้ที่ก่อเหตุจึงลงมือทำร้ายผู้อื่นแบบไม่ทราบสาเหตุ โดยก่อนหน้านี้ช่วงต้นคลิปผู้ก่อเหตุได้ใช้น้ำร้อนสาดคนอื่นเช่นกัน แต่หลบทันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บไปด้วย

           ต่อมา ร.ต.ท.ชาญชัย คำมาโฮม รอง สว.(สอบสวน) สน.ดินแดง เจ้าของคดีเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00น. วันที่ 23 ม.ค.60 ทางผู้เสียหายที่ปรากฎอยู่ในคลิปได้เดินทางเข้าแจ้งความ โดยระบุว่ามีหญิงวัยกลางคนลักษณะสติไม่ดียืนอยู่บริเวณหน้าสำนักงาน ปปส. ใช้น้ำร้อนที่เตรียมมาสาดใส่คนที่เดินผ่านไปผ่านมาประมาณ 2-3 คน แต่ผู้เสียหายนั้นได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้รับเรื่องไว้ทำการสืบสวนและส่งตัวผู้เสียหายไปรักษาตัวต่อที่ รพ.ตำรวจ ขณะนี้ประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวหญิงผู้ก่อเหตุรายนี้แล้ว

           ขณะเดียวกันแนวทางสืบสวนทราบว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและการสอบพยานแวดล้อมในละแวกจุดเกิดเหตุพบว่า หญิงวัยกลางคนผู้ก่อเหตุเคยพักอาศัยอยู่ในย่านดังกล่าวช่วงประมาณ 1-2 เดือนที่ผ่านมาและได้หายตัวไปจากย่านดินแดงก่อนจะกลับมาเดินวนเวียนในย่านดังกล่าวอีกครั้งเมื่อประมาณ 1-2 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบถึงชื่อและสกุลที่แท้จริงของหญิงคนนี้ อย่างไรก็ตามจะเร่งสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินดคีให้ได้โดยเร็ว