ข่าว

สตม.เตรียมส่ง‘หนุ่มเช็ก’แพร่เอดส์กลับประเทศ

สตม.เตรียมส่ง‘หนุ่มเช็ก’แพร่เอดส์กลับประเทศ

23 ม.ค. 2560

สตม.เตรียมผลักดัน ‘หนุ่มเช็ก’ แพร่เชื้อเอดส์กลับประเทศพรุ่งนี้(24 ม.ค.) เผยช้าเพราะสายการบินผวาหวั่นผู้โดยสารไม่ปลอดภัย

 

            จากกรณีการจับกุมผู้ต้องสงสัยชื่อนายเซเดเนก ไฟยฟอร์ (MR.ZDNEK PFEIFER) อายุ 52 ปี สัญชาติเช็ก ได้หลังจากหลบหนีมากบดานในจ.ภูเก็ต หลังตำรวจเช็กประสานงานมายังประเทศไทย กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้นั้น

            เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 ม.ค. 2560 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนธร เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจของสาธาณรัฐเช็กเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีสายการบินใดอนุญาตให้นายเซเดเนกขึ้นเครื่อง เนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัยกับผู้โดยสารคนอื่น อีกทั้งยังไม่มีสายการบินที่บินไปยังสาธาณรัฐเช็กโดยตรง ซึ่งสายการบินที่บินไปยังสาธาณรัฐเช็กนั้นจะต้องทำการเปลี่ยนเครื่องระหว่างทางซึ่งมีอยู่ 3 จุด คือที่ประเทศฝรั่งเศส เมืองแฟร้งค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน และกรุงมอสโคว ประเทศรัสเซีย ก่อนจะบินต่อไปยังสาธาณรัฐเช็กอีกที ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก เกรงว่าจะทำให้ตัวนายเซเดเนกเองฉวยโอกาศหลบหนีได้ อีกทั้งนายเซเดเนกมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ เราจึงได้ประสานไปยังทางการเช็ก ทางนั้นจึงตอบรับว่าจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาด้วยกัน 5 นาย เพื่อทำการควบคุมตัวนายเซเดเนก อย่างไรก็ตามในวันที่ 24 มกราคม เวลา 10.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะทำการผลักดันนายเซเดเนกออกนอกประเทศ โดยส่งตัวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 

สตม.กวาดล้างโจรต่างชาติหนีคดีซุกไทย 3 คดี ‘มาเฟียอินเดียจ้างฆ่านักการเมืองท้องถิ่น-2 ผัวเมียฮังการีหนีคดีฉ้อโกง-หนุ่มจีนตุ๋น 3 หมื่นคนร่วมทุนโทรคมนาคมสูญ 500 ล้าน’

 

            เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 ม.ค. 2560 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รองผบก.สส.สตม. พ.ต.ต.ระลึก อินทรรัศมี สว.กก.2 บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการป้องกันและปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ ที่หลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย ซึ่งตำรวจสากลและทูตจากประเทศต่างๆต้องการตัวเป็นอย่างมาก โดยครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติก่อคดีอุกฉกรรจ์แล้วมากบดานในประเทสไทยจำนวน 3 คดี

            คดีแรก พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า ทางการอินเดียและตำรวจสากลได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ สตม.ว่า ต้องการตัว นายชาเดรสกูมาร ราเมสไบ ปาเตล(Chadreshkumar Rameshbhai Patel) อายุ 40 ปี อดีตเจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศอินเดีย หัวหน้าแก๊ง“ราวีปูจารี”เป็นอย่างมาก เนื่องจากแก๊งดังกล่าวเป็นผู้มีอิทธิพล และเป็นผู้จ้างวานฆ่านายปราเนศ ปาเตล(Mr.Prangnesh Patel) สมาชิกสภาเขตรัฐคุชราช โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้ 4 ราย ซึ่งให้การรับสารภาพว่า นายชาเดรสกูมาร ราเมสไบ ปาเตล เป็นผู้จ้างวาน และจากการสืบสวนทราบว่านายชาเดรสกูมาร ราเมสไบ ปาเตล เดินทางเข้าออกประเทศไทย 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเดินทางเข้ามายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 10 มกราคม ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว 15 วัน กระทั่งวันที่ 20 มกราคม เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถควบคุมตัวนายชาเดรสกูมาร ราเมสไบ ปาเตล ได้ในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ ก่อนจะควบคุมตัวส่งตำรวจสากลดำเนินคดีตามกฎหมาย

            พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกว่า ส่วนคดีที่สอง เมื่อวันที่ 16 มกราคม ทีมสืบสวน สตม.สามารถควบคุมตัวนายลาโยช แดอากี(MR.LAJOS DEAKI) และนางลอโยชเน แดอากี(MRS.LAJOSNE DEAKI) สองสามีภรรยา และเป็นบุคคลตามหมายจับแดงตำรวจสากล(RED NOTICE) ในคดีฉ้อโกงหลายคดี ศาลประเทศฮังการีจึงตัดสินจำคุกบุคคลทั้ง2 เป็นเวลา 8 ปี แต่ทั้ง 2 ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2552 และยื่นเรื่องขออยู่ต่อประเภทใช้ชีวิตบั้นปลาย จำนวน 8 ครั้ง และจะครบกำหนดวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ภายหลังสตม.ได้รับการประสานจากทางการฮังการีว่าบุคคลทั้งสองหลบหนีเข้ามาพำนักในประเทศไทย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่าทั้งสอง อยู่บ้านเลขที่112/91 ม.11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเข้าไปจับกุมและส่งต่อให้ทางการฮังการีดำเนินการ

            พล.ต.ท.ณัฐทร กล่าวต่อว่า สำหรับคดีที่สามา เมื่อต้นเดือนมกราคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สตม.ได้รับการประสานจากทางการจีนว่าให้ช่วยสืบสวนติดตาม นายจาง ชิงตวง(ZHANG Qingduan) อายุ 38 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน เป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัวเป็นอย่างมาก เพราะนายจาง ชิงตวง ได้หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนโทรคมนาคม โดยจะได้รับเงินปันผลจำนวนมาก และไปชักชวนเพื่อนๆที่รู้จักมาร่วมลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งจะมีค่าคอมมิชชั่นจากการหาสมาชิกมาร่วมด้วย นอกจากนี้จะมีจัดประชุมสัมนา และจัดตั้งกลุ่มโซเชียล(วีแชท) เพื่อความน่าเชื่อถือ โดยในคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายกว่า 30,000 คน กระจายทั่วประเทศจีนกว่า 30 มลฑล มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท ภายหลังเจ้าหน้าที่สตม.สืบทราบว่านายจาง ชิงตวง หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2559 โดยใช้สิทธิ Thailand Privilege สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ถึงวันที่ 28 กันยายน 2560 จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ที่จ.ชลบุรี เบื้องต้นได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาตรา12 อนุ7 และส่งให้ทางการจีนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

            ทั้งนี้ พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้กวดขัน และติดตามคดีต่างๆเป็นระยะ ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสตม.ได้กวาดล้างชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจและทหาร เข้าจับกุมบุคคลผิวสีสัญชาติกานา,ไนจีเรีย และแคเมอรูน ที่เข้าเมืองและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายจำนวนมาก จึงนำตัวมาดำเนินคดี ก่อนจะผลักดันออกนอกประเทศให้เร็วที่สุด