
สศค.ชี้กม.คู่สัญญาใช้1ปีข้อพิพาทลดเอกชนหนุนเต็มที่
สศค.ปลื้ม หลังคลอด พ.ร.บ.การดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา 1 ปี ช่วยลดข้อพิพาทลงได้มาก ด้านเอกชนระบุเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค
น.ส.พนอศรี ถาวรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายระบบการคุ้มครองผลประโยชน์ทางการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการใช้กฎหมายการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา(เอสโครว์ เอเจนท์) 1 ปีที่ผ่านมา พบว่ากฎหมายดังกล่าวสามารถช่วยลดข้อพิพาทและปัญหาที่เกิดขึ้นจากการฟ้องร้องลงอย่างมาก กรณีที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญา อีกทั้งช่วยคุมครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการให้ซื้อขายโดยลดความเสี่ยงอันเกิดจากการผิดสัญญา ให้ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อขายสินค้าและช่วยขจัดกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่มีคุณภาพออกจากระบบ
นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุด กล่าวว่า สมาคมเห็นด้วยที่รัฐบาลออก พ.ร.บ.การดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา เพราะที่ผ่านมา พ.ร.บ.จัดสรรเดิมมีช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเรื่องการค้ำประกันสาธารณูปโภคเป็นระยะ (เฟส) ไม่มีสัญญาซื้อขายมาตรฐาน ผู้ซื้อจองซื้อจากผังขายและดูบ้านตัวอย่างเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนร้องเรียนผู้ประกอบการเรื่องดังกล่าวมากกว่า 150 ราย จากปัญหาซื้อบ้านไม่ได้บ้าน ส่งมอบไม่ตรงเวลาที่กำหนด ไม่ได้คุณภาพตามที่ตกลงกันไว้ หรือโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ เป็นต้น
ดังนั้นเชื่อว่าการมีคนกลางเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญานี้จะช่วยสร้างความมั่นใจและความเป็นธรรมต่อผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น รวมทั้งดูแลการชำระเงินให้ไปตามสัญญา ช่วยป้องปรามไม่ให้ผู้ขายที่มีเจตนาไม่สุจริตเข้ามาสร้างความเสื่อมเสียในวงการธุรกิจ และมีคณะกรรมการคอยกำกับดูแลนโยบาย และการดำเนินงานของเอสโครว์ เอเจนท์
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการอาวุโส สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.จะเข้าไปตรวจสอบการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญของธนาคารพาณิชย์ให้ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ที่เป็นผู้ดูแลประโยชน์ของคู่สัญญากับลูกค้านั้น ต้องมีเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงที่ดีด้วยเช่นกัน โดยเมื่อ ธปท.เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ใดที่มีคุณสมบัติในการเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาแล้ว จะให้ไปเสนอขอใบอนุญาตที่กระทรวงการคลังต่อไป



