ข่าว

วงจรปิด...ไขปมเยอรมันบึ้มฆ่าตัว

วงจรปิด...ไขปมเยอรมันบึ้มฆ่าตัว

25 ส.ค. 2552

การตายอันสุดแสนพิสดารของวิศวกรเมืองเบียร์ ที่ถูกระเบิดในสวนยางพาราเมืองชลบุรี มีคำถามค้างคาใจมากมายให้ชุดสืบสวนต้องคลี่ไขให้กระจ่าง โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือ เป็นการฆาตกรรม หรือฆ่าตัวตาย และอะไรคือมูลเหตุจูงใจที่นำมาสู่ความตายอันแสนเศร้านี้ !?!

ราวตีสอง วันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้สวนยางพาราลึกเข้าไปจากถนนสาย 331 โคราช-สัตหีบ ประมาณ 10 กิโลเมตร หมู่ 6 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ยินเสียงดังกึกก้องจากสวนยางพารา แต่ไม่กล้าออกมาดู รอจนกระทั่งเช้าตรู่จึงตรงเข้าไปในสวนยางพารา พบรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู 523 ไอ สีบรอนซ์ ทะเบียน กค 4007 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ห่างออกไปราว 30 เมตร พบภาพสยดสยอง ร่างมนุษย์ท่อนล่างในสภาพสมบูรณ์ ส่วนท่อนบนแหลกเละไม่มีชิ้นดี จึงแจ้งตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่

 ผลการตรวจสอบได้ความว่า ผู้ตายชื่อ "อูเว่ ไคน์เบิร์ต" อายุ 45 ปี ชาวเยอรมัน เจ้าของบริษัทวินชิ คอนซัลติ้ง จำกัด บริษัทวินชิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท เอช.อี.เอ็ม. (H.E.M) จำกัด อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 99 ซอยสุขุมวิท 24 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ เสียชีวิตจากระเบิดสังหารชนิดขว้างแบบเอ็ม 33 แต่จะถูกฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตายเองคือปัญหาที่ชุดสืบสวนจะต้องคลี่คลาย โดย พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้เรียกนายตำรวจเข้าประชุม ได้แก่ พล.ต.ต.นิวัฒน์ วัฒนาธรรมวัฒน์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.บัณฑิต คุณจักร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เงามุข รอง ผบก.ศสส.ภ.2 พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ประกอบ แสงพริ้ง สวญ.สภ.ห้วยใหญ่ และฝ่ายสืบสวน

 ประเด็นที่ตำรวจให้ความสนใจ คือ เกิดอะไรขึ้นกับวิศวกรจากเมืองเบียร์ผู้นี้ โดยพิจารณาหาคำตอบเอาจากพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ ไล่ตั้งแต่อูเว่ออกจากบ้านตั้งแต่เก้าโมงเช้า วันที่ 20 สิงหาคม และภรรยาคนไทยได้เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เนื่องจากเชื่อว่ามีความผิดปกติกับสามี โดยก่อนเกิดเหตุเขามีปัญหากับหุ้นส่วนทางธุรกิจชาวอินเดียคนหนึ่ง เกี่ยวกับหนี้สินและเรื่องผลประกอบการบริษัทที่ถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงาน

 อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนพบว่า แม้จะมีปัญหากับหุ้นส่วนก็จริง แต่อูเว่ก็ชดใช้หนี้สินซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่มากมายเลย แค่ 2 ล้านบาทเท่านั้น และปัจจุบันก็ยังทำธุรกิจร่วมกันอยู่ จึงไม่น่าจะมาจากมูลเหตุเรื่องนี้

 ประกอบกับจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนทางด่วนชัยพรวิถี ซึ่งเป็นทางด่วนมุ่งหน้าสู่พัทยาเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง สามารถบันทึกภาพอูเว่ขับรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยูผ่านไปเมื่อเวลา 10.43 น. วันที่ 20 สิงหาคม ภายในรถไม่มีบุคคลอื่นอยู่ด้วยแม้แต่คนเดียว แต่ชุดสืบสวนก็ยังไม่ปิดประตูประเด็นฆาตกรรมไปเสียทีเดียว เนื่องจากเวลาที่เหลือก่อนจะกลายเป็นศพยังมีอีกหลายชั่วโมง เขาสามารถไปพบปะกับใครอีกหลังจากนั้นก็ได้ ดังนั้นจึงประมวลภาพเหตุการณ์จากจุดเกิดเหตุอีกครั้ง

 รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยูจอดแน่นิ่งล็อกไว้เสร็จสรรพ ไม่มีร่องรอยต่อสู้หรืออะไรที่บ่งชี้ว่ามีคนอื่นนอกเหนือจากเจ้าของอยู่ภายในรถด้วย ส่วนอูเว่เสียชีวิตห่างออกไปราว 30 เมตร ในสภาพท่อนล่างสวมกางเกงยีน และรองเท้าหนังสีดำข้างเดียว อีกข้างกระเด็นไปตกอยู่อีกที่หนึ่ง ที่ฝ่าเท้าไม่มีคราบสกปรกพวกดินโคลน หรือบาดแผลที่แสดงให้เห็นว่าถูกลากถูลู่ถูกัง หรือทำให้เกิดแผลจากการถูกบังคับขู่เข็ญ หากตั้งสมมติฐานว่าเขาถูกคนร้ายอุ้มมาฆ่าอำพราง และกุญแจรถก็ยังอยู่ในกระเป๋ากางเกง

 ประกอบกับก่อนเกิดเหตุมีพยานเห็นอูเว่ขับรถเข้าไปตามลำพัง และหลังเกิดเหตุก็ไม่มีคนแปลกหน้าหรือยานพาหนะขับออกไปจากจุดเกิดเหตุในสวนยางพารา ยิ่งมาคิดไตร่ตรองในข้อที่ว่าเขาถูกบังคับให้ดึงสลักระเบิดเอง ชุดสืบสวนยิ่งมองไม่เห็นความจริงข้อนี้ เนื่องจากใครก็ตามที่มีระเบิดอยู่ในมือย่อมมีอำนาจต่อรองมากกว่าคนที่กำลังบังคับขู่เข็ญเขา หรือแม้แต่ประเด็นผูกระเบิดติดตัวแล้วดึงสลัก ก่อนจะออกวิ่งเข้าที่กำบังก็ไม่มีอะไรแข็งแรงพอช่วยป้องกันแรงระเบิดได้ คนร้ายน่าจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตบ้าง แต่ก็ไม่พบร่องรอยอื่นใดที่สนับสนุนสมมติฐานนี้

 ดังนั้น ชุดสืบสวนจึงหันมามองประเด็นการฆ่าตัวตาย ซึ่งหากเป็นไปตามสมมติฐานข้อนี้ จะถือว่าอูเว่เป็นรายแรกที่ฆ่าตัวตายด้วยระเบิดมือในประเทศไทย แต่ก็มีคำถามตามมาว่า เขาไปเอาระเบิดสังหารมาจากไหน แม้ว่าในชั้นนี้ตำรวจพอจะได้เบาะแสแล้วว่า มีคนใกล้ชิดเขาคนหนึ่งเคยเป็นทหารมาก่อน แต่ก็คงไม่สามารถเค้นหาคำตอบเอากับผู้นี้ได้ นอกจากนี้ อูเว่รู้จักสวนยางพาราที่เปลี่ยวร้างอยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่นับ 10 กิโลเมตรนี้ได้อย่างไร และเหตุใดถึงเจาะจงที่นี่เป็นจุดจบชีวิต เพราะคนฆ่าตัวตายส่วนใหญ่มักจะไม่มีการวางแผนมาก่อน

 เมื่อการสืบสวนเดินมาถึงจุดนี้ แม้น้ำหนักของพยานหลักฐานจะเทมาทางฝั่งการฆ่าตัวตายเอง แต่ตำรวจก็ยังต้องค้นหาคำตอบและข้อเท็จจริงต่อไปในประเด็นมูลเหตุจูงใจ คือ ธุรกิจ หรือผู้หญิง โดยตำรวจได้ข้อมูลว่า การเดินทางไปทำธุรกิจในมาเลเซียทำให้เขาได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งอีกไม่นานคงจะได้รับคำตอบ เมื่อผลตรวจรอยนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ การค้นหาข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กแอปเปิ้ลของผู้ตายที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ รวมถึงการตรวจสอบประวัติส่วนตัวอย่างละเอียด ก่อนจะสรุปให้แน่ชัดลงไปว่า เป็นการฆาตกรรมหรืออัตวินิบาตกรรม