ข่าว

แถลงจับนักค้ายารายใหญ่ระดับอาเซียน

แถลงจับนักค้ายารายใหญ่ระดับอาเซียน

20 ม.ค. 2560

“สตช.-ป.ส.ส.”สนธิกำลังเปิดแผน“ชัยยะสยบไพรี”จับ“ไซซะนะ”นักค้ายารายใหญ่ระดับอาเซียน หลังแกะรอยสืบสวนนาน 5.ปี.ปูพรมยึดทรัพย์.100ล้านด้านป.ป.ส.ลาว-สิงคโปร์ร่วมมือขย

  

          20 ม.ค. 60 - พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.ท.สมหมายกองวิสัยสุขผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) , นายศิรินทร์ยาสิทธิชัยเลขาธิการป.ป.ส.ร่วมกันแถลงผลการสนธิกำลังปฏิบัติการตามแผน “ชัยยะสยบไพรี60/1 ” ด้วยการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับและตรวจยึดทรัพย์สินเครือข่ายของนายไซซะนะแก้วพิมพาหัวหน้าผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติในภูมิภาคอาเซียนซึ่งถูกจับกุมตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วานนี้(19ม.ค.)หลังพบว่ากลุ่มดังกล่าวมีพฤติการณ์ร่วมกันลำเลียงยาเสพติดส่งไปจำหน่ายให้กับประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียนและเมื่อปี 2559 ทางการไทยสามารถจับกุมดำเนินคดีเครือข่ายดังกล่าวได้ถึง 4 คดีได้ขอกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ดทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนขยายผลจนออกหมายจับเครือข่าย 9 คนและหมายค้นเพื่อตรวจยึดทรัพย์สินอีก 36 แห่ง

          พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีความพยายามแกะรอยเพื่อหาความเชื่อมโยงของเครือข่ายอย่างต่อเนื่องกระทั่งทราบถึงตัวผู้ร่วมขบวนการและนำไปสู่การออกหมายจับซึ่งในวันนี้( 20ม.ค.)ปส.พร้อมด้วยป.ป.ส.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงปฏิบัติการเข้าค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในหลายพื้นที่ซึ่งขณะนี้จากผู้ต้องหา9คนสามารถจับกุมได้แล้ว 4 คนประกอบด้วย 1.นายไซซะนะแก้วพิมพาอายุ 42 ปี สัญญาติลาว สามารถจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมของกลางเป็นเอกสารและเงินดที่เป็นธนบัตรไทย350,000บาทธนบัตรสหรัฐอเมริกา 35,000 ดอลล่าร์ 2.นายชุมพรพนมไพรอานุ 42 ปี จับกุมได้ที่อ.บ้านดุงจ.อุดรธานี 3.นายปุ่นชรินทร์อายุ 53 ปีจับกุมได้ที่อ.บ้านดุงจ.อุดรธานี 4.น.ส.อ้อยทิพย์ปัญญารักษ์อายุ28ปีจับกุมได้ที่จ.ชลบุรีเบื้องต้นมียึดทรัพย์สินได้ 74 รายการประกอบด้วยบ้านพัก 2 หลังโฉนดที่ดิน 14 แปลงรถยนต์หรู 14 คันรถจักรยานยนต์ 11 คันรถเพื่อการเกษตร 2 คันบัญชีเงินฝาก 29 รายการทองรูปพรรณและเงินสดทั้งไทยและดอลล่าร์สหรัฐกว่า 1.5 ล้านบาทรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

          พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่อว่า ปฏิบัติการจับกุมและยึดทรัพย์เครือข่ายดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการลาวซึ่งให้ความสนใจในการติดตามเครือข่ายนี้ที่ถือเป็นเครือข่ายใหญ่ถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้งมีการขยายผลพบว่ามีกลุ่มที่เกี่ยวข้องอีก 3 กลุ่มซึ่งในวันนี้ทางการลาวก็จะเข้าปฏิบัติการตรวจค้นอีกหลายจุดเพื่อติดตามทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดเนื่องจากพบว่าทรัพย์สินที่ได้จากขบวนการดังกล่าวถูกเก็บไว้ที่แขวงคำม่วน ประเทศลาว

          ด้านพล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า เครือข่ายดังกล่าวมีพัฒนาที่เหนือว่าเครือข่ายของนายเล่าต๋าแสนลี่ เนื่องจากมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในอดีตเล่าต๋าใช้ม้าใช้วัวขนยาเสพติดแต่เครือข่ายนี้มีศักยภาพใช้การเดินทางที่สามารถขนยาเสพติดได้ครั้งละมากๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามแกะรอยหาความเชื่อมโยงมานานกว่า 5 ปี เพื่อจับกุมตัวการกระทั่งสามารถจับกุมนายไซซะนะได้คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างประเทศเนื่องจากลาวก็ได้รับผลกระทบจากเครือข่ายยาเสพติดรายนี้ที่กระทำความผิดข้ามประเทศหลังจากนี้จะพยายามจับกุมและดำเนินคดีโดยเฉพาะการใช้มาตรการยึดทรัพย์ให้ได้มากที่สุดต้องทำให้เครือข่ายยาเสพติดเหล่านี้จนยิ่งกว่าขอทานที่ผ่านมาให้เวลามา 5 - 6 ปี คอยเช็คการเดินทางพบว่ามีการเดินทางเข้าออกไทยหลายครั้งจนได้จังหวะจับกุมสำเร็จ

          พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่านายไซซะนะคือตัวการใหญ่ของเครือข่ายมีการประกอบธุรกิจหลายอย่างอยู่ที่ประเทศลาวทั้งโรงเลื่อยโรงแรมรถหรูซุปเปอร์คาร์และคาดว่าอาจมีการทำเหมืองทองด้วยทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ได้จากการค้ายาเสพติดอยู่ที่ประเทศลาวเวลาที่มาพักในประเทศไทยมักไปอยู่ที่โรงแรมหรูการเดินทางมาไทยครั้งนี้คาดว่าเป็นการพบปะกับเครือข่ายลูกค้าคล้ายกับที่เคยมีการจับปาร์ตี้เครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จ.นครราชสีมา ก่อนหน้านี้โดยต้องยอมรับว่าปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดเหล่านี้มีความพยายามปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสินค้า เช่น ยาบ้าจากเดิมที่มีกลิ่นเหม็น แต่ขณะนี้มีการทำเป็นกลิ่นมิ้นต์ กลิ่นวะนิลาให้เลือก ทั้งนี้คาดว่าเครือข่ายดังกล่าวยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกนับร้อยคน และน่าจะเกี่ยวข้องกับมาเฟียข้ามชาติที่เข้ามาดำเนินการในไทยอีกหลายกลุ่ม ที่ผ่านมาปล่อยให้เครือข่ายนี้เข้ามาค้ายาเสพติดสูญเสียทรัพยากรคนทั้งดี และไม่ดีไปจำนวนมากจากการสอบปากคำนายไซซะนะเบื้องต้นให้ความร่วมมือดีให้การเป็นประโยชน์สามารถสื่อสารภาษาไทยได้

          ขณะที่นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า เครือข่ายมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจับกุมได้ครั้งละ 1 - 2 ล้านเม็ด ก่อนหน้านี้จับได้เพียงคนรับขนต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และประสานข้อมูลกับทางการลาวอย่างใกล้ชิดเพื่อหาความเชื่อมโยง เพราะคนรับขนเองก็ไม่รู้ว่าคนจ้างเป็นใครต้องแกะรอยหาความเชื่อมโยงจากโทรศัพท์มือถือ และเส้นทางการเงินจนนำไปสู่การเอาผิดฐานสมคบกับผู้เกี่ยวข้องตามหมายจับทั้ง9คนโดยจะมีการประสานให้ปปง.เข้าไปติดตามทรัพย์สิน เพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้คงไม่สามารถชี้แจงที่มาทรัพย์สินได้แน่นอน อย่างไรก็ตามล่าสุดได้รับการประสานงานจากประเทศสิงคโปร์เกี่ยวกับการดำเนินการกับเครือข่ายของนายไซซะนะ เนื่องจากเครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดจากลาวเข้ามายังประเทศไทยก่อนส่งไปยังภาคใต้ และพบว่ามีการส่งยาเสพติดต่อไปยังประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียด้วย

          สำหรับผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 5 คนที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมประกอบด้วย 1.นายรัชศักดิ์ชำนาญกุลผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบฯ 2.นายวันชัยภูพันรัตน์ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบฯ 3.นางจิราภรณ์วงแสนคำผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบฯ 4.นายไกรราชสุภาพผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท1 ในครอบครองฯและ5.นายจันสีทิดสิมสัญชาติลาวผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำผิด