
อย่าคิดเสี่ยง
หลังจากชื่อพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ โดนตีตก ไม่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 ก็มีเสียงให้ปลดพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามมาทันที
จะปลดจะย้ายพล.ต.อ.พัชรวาท เพื่ออะไร ก็เพื่อตัดคะแนนกรรมการก.ต.ช. ที่มีเสียงคัดค้านพล.ต.อ.ปทีป มากกว่าเสียงสนับสนุนอยู่ 1 เสียง นี่คือความคิดตื้นๆ ของนายตำรวจซีกหนึ่งกับนักการเมืองบางคน
เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงไม่ทำเช่นนั้น
โจ่งแจ้งเกินไป รังแกข้าราชการประจำชัดเจน ก่อนหน้านี้ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักกับการบีบพล.ต.อ.พัชรวาท ให้ไปราชการต่างประเทศ ส่งลงไปทำงานที่ภาคใต้เพื่อตั้งรักษาการผบ.ตร.มาแล้ว
การบริหารงานผิดธรรมเนียม ไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติ ทำให้การบริหารงานสตช.เกิดสะดุดสับสน ระส่ำระสาย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังนำตัวเองเข้าสู่ปัญหาใหม่กลายเป็นวัวพันหลัก หลังจากออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองว่า แม้ยังไม่ได้ตัวผบ.ตร.คนใหม่แทนพล.ต.อ.พัชรวาท ที่จะเกษียณจากตำแหน่ง ก็สามารถแต่งตั้งระดับรองผบ.ตร.ลงไปได้
ท่านนายกฯ อาจลืมที่เคยพูดไว้ว่า จะต้องให้ ผบ.ตร. คนใหม่ มีส่วนร่วมจัดโผแต่งตั้งโยกย้ายด้วย ไม่ใช่ให้พล.ต.อ.พัชรวาท ทำคนเดียว
การตั้งพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษาสบ 10 รักษาการฯ ถึง 2 ครั้งก็ด้วยเหตุผลนี้ไม่ใช่หรือ
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนท่านนายกฯ ก็พูดกันคนละเรื่อง วิธีคิดส่ายไปส่ายมา
ตั้งแต่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ตำรวจปี 2547 ยังไม่เคยมีปัญหากับการแต่งตั้งผบ.ตร.
วิธีปฏิบัติของนายกฯ ที่ผ่านมาคือพูดคุยทำความเข้าใจกับคณะกรรมการก.ต.ช. หรือเรียกกันว่า "ล็อบบี้" ก่อนการประชุมเพื่อประกันความเสี่ยง หากมีการโหวตสวนมติ อย่างที่เกิดขึ้นเวลานี้
บทสั่งสอนของก.ต.ช.ที่มีต่อนายกรัฐมนตรี ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ผู้บริหารสูงสุด สะเทือนต่อพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง ในสายร่วมโหวตคัดค้าน
ดูเหมือนนายกฯ จะต้องแก้ปัญหาอย่างโดดเดี่ยวที่สุด
แต่ท้ายสุดแล้วเชื่อว่าหนุ่ม "มาร์ค" คงหาทางออกเจอ แต่ระวังอย่าทำอะไรเสี่ยงเพียงเพื่อแสดงความเป็นผู้นำของตัวเองเด็ดขาด!!



