ข่าว

ควาญช้างสุรินทร์วอนกทม.ช่วยช้าง169เชือกคืนถิ่น

ควาญช้างสุรินทร์วอนกทม.ช่วยช้าง169เชือกคืนถิ่น

24 ส.ค. 2552

“ควาญช้างสุรินทร์”วอนกทม.อุดหนุนควาญ-ช้าง 169 เชือกเข้าช้างคืนถิ่น กลุ่มควาญประกาศเตรียมนำทัพช้าง 169 เชือกบุกทำเนียบฯ จี้รัฐบาลเหลียวแลก่อนช้าง-ควาญอดตาย หลังถูกกทม.สกัดไม่ให้เข้ากรุงเทพฯ

(24ส.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการนำมาตรการ “ จับ ปรับ ยึด” มาแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ตามโครงการ “ ช้างยิ้ม” ของกทม . ซึ่งดำเนินการมาอย่างเข้มข้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมาจากการเปิดเผยของนายธงชัย มุ่งเจริญพร นายกองค์การส่วนบริหารจังหวัดสุรินทร์ ( อบจ . สุรินทร์ ) ระบุว่า ขณะนี้ช้างจ.สุรินทร์ 169 เชือกได้เดินทางมารวมตัวกันที่ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เพื่อประชุมหารือแนวทางการเคลื่อนไหว หลังจากได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จากการถูกกวาดล้างตามโครงการ “ ช้างยิ้ม” ของกทม . ทำให้ขาดรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัว หรือแม้แต่ช้างที่เลี้ยงไว้

 ทั้งนี้ กลุ่มควาญ - เจ้าของช้างทั้ง 169 เชือกเรียกร้องให้อบจ . สุรินทร์ประสานกับกทม . ในการสนับสนุนงบประมาณรับช้างเข้าโครงการ “ ช้างคืนถิ่น พัฒนาบ้านเกิด” ทั้งหมด หลังจากที่รับเข้าโครงการแล้ว 65 เชือก ซึ่งทางอบจ . ดูแลโดยจ่ายเงินเดือนให้เดือนละ 8,000 บ ./ เชือก แทนที่การจับช้างไปกักตัวที่อื่น ซึ่งไม่ใช่ภูมิลำเนาหรือบ้านเกิด อันเป็นการแยกครอบครัวทั้งของคนและช้าง อีกทั้งส่วนใหญ่ยังมองว่ากทม . ขาดการวางแผนรองรับที่ดีและมุ่งเน้นการไล่จับเพียงอย่างเดียว

 นอกจากนี้ กลุ่มควาญ - เจ้าของช้างยังได้เรียกร้องให้มีการออกกฎหมายบัญญัติให้ช้างเป็นสมบัติของชาติ และควาญช้างเป็นพนักงาน ( เลี้ยงช้าง ) ของรัฐ เพื่อให้มีความมั่นคงในชีวิตด้วย ซึ่งผลสรุปการประชุมและข้อเสนอทั้งหมดทางกลุ่มจะยื่นต่อนายวิเชียร ชวลิต ผู้ว่าฯ จ . สุรินทร์ ดำเนินการแจ้งไปยังรัฐบาลส่วนกลางโดยเร็วที่สุด

 “ ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มควาญ - เจ้าของช้างได้เตรียมเคลื่อนขบวนนำช้างมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล แต่ทางอบจ.สุรินทร์ได้ขอร้องให้ยุติการเคลื่อนไหวดังกล่าวเนื่องจากกังวลว่าจะก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในพื้นที่กทม . เพราะแค่นี้เขาก็รังเกียจเราจะแย่อยู่แล้ว และเราก็รับปากว่าจะเป็นคนกลางทำหน้าที่ประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาให้โดยเร็วที่สุด ส่วนเรื่องของการรับช้างเข้าโครงการช้างคืนถิ่นฯ นั้นจากที่ได้พูดคุยกับกทม . เบื้องต้นทั้ง 2 ฝ่ายคงไม่มีงบฯ รองรับ จึงต้องเรียกร้องทางรัฐบาลให้ช่วยตรงจุดนี้” นายธงชัยกล่าว

 ด้านนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม . ซึ่งรับผิดชอบโครงการช้างยิ้ม ชี้แจงถึงประเด็นด้านแผนการรองรับการกวาดล้างช้างเร่ร่อนว่า กทม . ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด และขณะนี้อยู่ระหว่างการขอเข้าพบพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ซึ่งดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ช้างและควาญช้างอย่างยั่งยืน

 “ กทม.เป็นเพียงพื้นที่ปลายทาง จะให้ปลายทางรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพทุกเรื่องคงไม่ถูกต้องนัก พื้นที่ต้นทางต้องมีส่วนช่วยกันแก้ปัญหาด้วย ตั้งแต่กระทรวงทรัพย์ฯ อบจ.สุรินทร์ กระทรวงท่องเที่ยวฯ ให้ช่วยหาทาง หรือแม้แต่รัฐบาลที่ต้องอัดฉีดงบประมาณให้ทุกหน่วยงานทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะตามหลักการกทม . ไม่สามารถใช้เงินงบประมาณนอกพื้นที่ได้อยู่แล้ว” รองผู้ว่าฯกทม. ระบุ