ข่าว

ขนย้ายสัตว์ป่าของกลางวัดป่าหลวงตาบัว

ขนย้ายสัตว์ป่าของกลางวัดป่าหลวงตาบัว

19 ม.ค. 2560

ผอ.สบอ.3 นำทีมขนย้ายสัตว์ป่าของกลางจากวัดเสือกว่า 100 ตัวคาดใช้เวลาจับร่วมเดือนเหตุพื้นที่เป็นป่าเขากว้างร่วม 400 ไร่


          จากกรณีนายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ กรมอุทยานฯ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการขนย้ายเสือของกลาง จำนวน 147 ตัว ออกจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.ถึงวันที่ 4 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา โดยเสือโคร่งของกลางทั้งหมดนำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี  ซึ่งในปัจจุบันยังคงเหลือสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าสงวนประเภท กวาง ละมั่ง และเก้งอยู่จำนวนหนึ่งที่ยังไม่มีการขนย้ายแต่อย่างใด

 

ขนย้ายสัตว์ป่าของกลางวัดป่าหลวงตาบัว

 

 

          ล่าสุดเมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ 19 ม.ค.60 นายยรรยง เลขาวิจิตร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)นายไกรวุฒิ เอี่ยมนนท์  หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า

          สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี

 

ขนย้ายสัตว์ป่าของกลางวัดป่าหลวงตาบัว

 

          เจ้าหน้าที่องค์กรสวนสัตว์ และคณะสัตวแพทย์ โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี พร้อมกำลังนำรถบรรทุกกรงเหล็กพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับฉีดยาสลบ เข้าไปภายในวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินการขนย้ายสัตว์ป่าของกลางที่ยังคงเหลืออยู่จำนวน 3 ชนิด ประกอบด้วย กวาง จำนวน 83 ตัว ละองหรือละมั่ง จำนวน 39 ตัว และเก้ง จำนวน 4 ตัว โดยมีนายสุภาพ กอฟัก กำนันตำบลสิงห์ เป็นผู้นำพาคณะเจ้าหน้าที่ขนย้าย 

 

ขนย้ายสัตว์ป่าของกลางวัดป่าหลวงตาบัว

 

          ทั้งนี้ นายยรรยง เลขาวิจิตร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า สำหรับการขนย้ายสัตว์ป่าทั้งหมด คาดว่าต้องใช้เวลานานเกือบ 1 เดือน เนื่องจากสัตว์ป่าของกลางที่ยังคงเหลืออยู่นั้น เป็นสัตว์ประเภทอยู่อย่างอิสระ กอปรกับพื้นที่ของวัดที่สัตว์เหล่านี้อาศัยอยู่นั้นค่อนข้างกว้างมีเนื้อที่เกือบ 400 ไร่ และที่สำคัญพื้นที่ผืนนี้เป็นภูเขาที่มีโขดหิน ทำให้ยากต่อการจับมาเข้ากรง และการดำเนินการเจ้าหน้าที่ทุกนายจะต้องมีความอดทนในการเฝ้ารอ ซึ่งสัตว์เหล่านี้จะสามารถจับได้เฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นเท่านั้น เพราะหากไล่จับในช่วงเวลากลางวันอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ได้  โดยสัตว์ป่าของกลางทั้งหมดจะขนย้ายไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี

 

ขนย้ายสัตว์ป่าของกลางวัดป่าหลวงตาบัว

 

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถจับละองหรือละมั่งได้แล้ว จำนวน 6 ตัว ซึ่งทุกตัวจะต้องมีการเก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจสอบว่าสัตว์แต่ละตัวนั้นมีโรคชนิดใดหรือไม่ ส่วนกวางของกลางนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องทำการคัดแยก เพราะเนื่องจากทางวัดเสือ มีกวางลูซ่า ที่ครอบครองอย่างถูกต้อง ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องคัดแยกเอาเฉพาะกวางป่าไปเท่านั้น