ข่าว

จัดนิทรรศการ“ลูกปัดโบราณย่านอันดามัน”

จัดนิทรรศการ“ลูกปัดโบราณย่านอันดามัน”

24 ส.ค. 2552

ครือข่ายพิพิธภัณฑ์จับมือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง จัดนิทรรศการและเสวนา “ลูกปัดโบราณย่านอันดามัน”

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 24 ส.ค.52 ที่ห้องประชุมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง อ.ถลาง ภูเก็ต นายวิเศษ เพชรประดับ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต ได้จัดให้มีการแถลงข่าว การจัดนิทรรศการและการเสวนาเรื่อง “ ลูกปัดโบราณย่านอันดามัน ” โดยการแสดงนิทรรศการกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม 52 ส่วนการเสวนาจะจัดขึ้นในวันที่ 9 กันยายน 52 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง ระหว่างเวลา 08.00 น. - 16.30 น.เป็นการเสวนาและการบรรยายทางวิชาการโดย ร.อ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต ในหัวข้อ “ ลูกปัดโบราณย่านอันดามัน ” และการบรรยายเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยนางเรวดี สกุลพาณิชย์ นิติกรเชี่ยวชาญ กรมศิลปากร ช่วงท้ายจะเป็นการสาธิตการทำลูกปัดสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเสวนาระหว่าง นพ.บัญชา พงษ์พานิช และรอ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ เรื่อง ลูกปัดสุริยะเทพ ด้วย

 นายวิเศษ ได้กล่าวว่า การจัดนิทรรศการและเสวนาครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2552 โดยนับแต่ปี พ.ศ.2402 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงวางรากฐานให้แก่กิจการพิพิธภัณสถาน โดยโปรดเกล้าฯ ให้พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่ทรงรวบรวมไว้ และเรียกพิพิธภัณฑสถานในครั้งนั้น ว่า “ มิวเซียมหลวง ” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้จัดตั้งมิวเซียมหลวง ณ หอคองคอเดีย หรือ ศาลาสหทัยสมาคม ภายในพระบรมมหาราชวังชั้นนอก เพื่อจัดแสดงสิ่งของต่างๆ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าชมเนื่องในงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 21 พรรษา โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2417 และจากการที่พิพิธภัณฑสถานได้ปรากฏสู่สายตาประชาชนเป็นครั้งแรกในวันดังกล่าว ต่อมาในปี 2538 คณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้วันที่ 19 กันยายน ของทุกปีเป็น “ วันพิพิธภัณฑ์ไทย ”

 ดังนั้นทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง จ.ภูเก็ต จึงร่วมกับทางเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ภูเก็ต จึงจัดกิจกรรมเสวนาเรื่องลูกปัดโบราณย่านอันดามันขึ้น และมีการจัดนิทรรศการลูกปัดภายในห้องนิทรรศการหมุนเวียน เพื่อเป็นการส่งเสริมเผยแพร่ความรู้ และสร้างจิตสำนึกในการร่วมอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของชาติ รวมถึงเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับลูกปัดให้กับนักเรียน นักศึกษาและประชาชนพร้อมทั้งส่งเสริมเผยแพร่ความรู้การผลิตลูกปัดใหม่ ให้มีการพัฒนาที่เหมาะกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยในการหยุดยั้งการแสวงหาลูกปัดโบราณซึ่งถือเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญของชาติให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยสืบไป