ข่าว

ตั้ง“กระทรวงกีฬา” งานยังไม่คืบหน้า

ตั้ง“กระทรวงกีฬา” งานยังไม่คืบหน้า

18 ม.ค. 2560

"บิ๊กอ๊อด"พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมาธิการฯ ระบุจัดตั้ง “กระทรวงกีฬา” งานยังไม่คืบหน้า เหตุยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนต้องรีบดำเนินการ

                 เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นประธานแถลงข่าว “ก้าวกระโดดกีฬาไทย” ผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา โดยมีนายชาญวิทย์ ผลชีวิน ประธานอนุกรรมาธิการฯ ด้านโครงสร้างการกีฬา, พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ประธานอนุกรรมาธิการฯ ด้านบริหารจัดการกีฬา, พล.อ.อ.ทวิเดนศ อังศุสิงห์ ประธานอนุกรรมาธิการฯ ด้านการปฏิรูปเร็ว ร่วมแถลง

                พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการปฏิรูปกีฬาในทุกมิติ โดยที่ผ่านมา 1 ปีเศษคณะกรรมาธิการฯ ผลักดันให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ, ทำแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6, ยกระดับกีฬาไทยสู่ยุคอุตสาหกรรมกีฬาเต็มตัว, ใช้ยุทธศาสตร์กีฬาลดความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้, ด้านกีฬาเพื่อมวลชน รัฐบาลมีนโยบายให้ข้าราชการออกกำลังกายทุกสัปดาห์ รวมถึงกำลังดำเนินการจัดตั้งโครงการเมืองกีฬา (สปอร์ต ซิตี้) โดยคัดเลือกจังหวัดต่างๆ ที่มีความเหมาะสมด้านกีฬา ให้ประชาชนมีกีฬาและออกกำลังกายอยู่ ในชีวิตประจำวัน

                พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปไว้ 6 หัวข้อคือ 1.แยกงานกีฬาออกจากงานท่6องเที่ยว 2.จัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ 3.ส่งเสริมโครงการเอื้อหนุนด้านกีฬา 4.การก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมกีฬา 5.จากแผนพัฒนากีฬาชาติฉบับที่ 5 สู่ฉบับที่ 6 และ 6. การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกีฬา โดยเป็นที่น่ายินดีที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีการบัญญัติถ้อยคำเกี่ยวกับ “กีฬา” ไว้ในมาตรา 71 วรรคแรก รวมถึงคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ หรือ “ซูเปอร์บอร์ด”, ตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยมีเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานอยู่ 2 เรื่องคือ 1.การตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งชาติ และ2.การตั้งกระทรวงการกีฬา

                นายชาญวิทย์ กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายกีฬาการกีฬาแห่งชาติ จะมีกรรมการ 29 คน มีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่ประธาน ซึ่งจะกำกับดูแลบอร์ดทุกชุดในวงการกีฬา ส่วนการตั้ง “มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ” จะตั้งใน 4 ภาคคือ เหนือ, อีสาน, กลาง และใต้ โดยใช้สถาบันการพลศึกษา 17 วิทยาเขต และ 13 โรงเรียนกีฬา เป็นรากฐานและยกระดับสู่ ม.กีฬาแห่งชาติ ต่อไป ด้านการตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งชาติ ทุกฝ่ายตั้งความหวังว่า โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นักกีฬาไทยจะคว้าได้อย่างน้อย 3 เหรียญทอง ซึ่งวิทยาศาสตร์การกีฬาสำคัญมาก โดยช่วงแรกได้ยกระดับฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ออกมาเป็นสถาบันเพื่อให้การบริหารงานคล่องตัวขึ้น

                “กรณีการแยกกีฬาออกมาจัดตั้งเป็นกระทรวงโดยเฉพาะนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี อยากให้ทำเป็นเรื่องสุดท้าย โดยคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ศึกษาไว้ 2 แนวทาง คือ แยกเป็นกระทรวงการกีฬา หรือในประเทศต่าง ๆ มีการนำไปควบรวมกับงานอื่น เช่น กระทรวงกีฬาและกิจการเยาวชน, กระทรวงกีฬาและวัฒนธรรม หรือ กระทรวงกีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งการตั้งกระทรวงกีฬา นั้น ถือว่า ยังไม่ใช่วาระเร่งด่วน เพราะได้บรรจุแนวทางอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูประยะยาว 20 ปีไว้แล้ว” นายชาญวิทย์ กล่าว

                พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวสรุปว่า การตั้งกระทรวงการกีฬานั้น ยังไม่ได้หารือกับ นายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปฯ ยืนยันว่าต้องดำเนินการ แม้เป็นภารกิจที่ยากและกระทบกับหลายภาคส่วน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ได้รวบรวมความเห็นจากผลการทำประชาพิจารณ์ทั่วประเทศส่งไปถึง นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อประกอบตัดสินใจว่า จะดำเนินการต่อไปอย่างไร สำหรับตัวชี้วัดที่อยากเห็นที่สุดของการพัฒนากีฬาไทยคือ การคว้า 3-4 เหรียญทองจากโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว