
ล่าหนุ่มเช็กเข้าไทยแพร่โรคร้าย-พบหนีคดีละเมิดทางเพศเด็ก
เตือนภัยสังคม ตร.เร่งล่าตัวหนุ่มชาวเช็กหนีคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กเข้าไทย หวั่นแพร่โรคร้ายให้หญิงสาวหลังพบมีเหยื่อติดเชื้อหลายรายแล้ว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มกราคม พล.ต.ต.พงษ์เดช พรมหมิจิตร รอง ผบช.ภ.5 เรียกประชุมกำชับตำรวจให้ตามจับหนุ่มหล่อชาวเช็กที่มีพฤติกรรมชอบมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวไปเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นโรคเอดส์ ถือเป็นภัยสังคมและเป็นบุคคลอันตรายที่มีหมายจับ โดยกำชับว่า หากตำรวจทุกพื้นที่พบเห็นตัวให้ดำเนินการจับกุมตัวทันที
พล.ต.ต.พงษ์เดช เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ตำรวจทั่วประเทศติดตามสืบสวนจับกุม นายฟายเฟอร์ เซเดน (Pfeifer Zdened) อายุ 52 ปี สัญชาติเช็ก (Czech Republic) ผู้ต้องหาหมายจับของตำรวจสากล ในฐานะอาชญากรข้ามชาติ ตามหมายจับลำดับที่ 26 เลขที่ 3510/2015 ลงวันที่ 2 ธ.ค.2558 จากศาลสาธารณรัฐเช็ก โดยได้ก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และแพร่โรคร้าย ให้แก่หญิงสาว ก่อนหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในเมืองไทย เมื่อปี 2557
ทั้งนี้ ถือว่าเป็นบุคคลอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากสืบทราบว่ามีพฤติกรรมในการแพร่เชื้อเอชไอวีให้แก่หญิงชาวไทย โดยมีการเดินทางโดยเครื่องบินไปตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งในประเทศไทย เพื่อหาหญิงสาวมาร่วมหลับนอน ก่อนหายตัวไป แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีการเดินทางออกนอกประเทศไทย จึงเชื่อว่ายังคงกบดานอยู่ในประเทศไทย และอาจจะอยู่ในพื้นที่ใดที่หนึ่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะภาคเหนือ เพราะหาเหยื่อได้ง่าย โดยนายเซเดนรูปร่างหน้าตาค่อนข้างดี และพูดจาหว่านล้อมเก่ง ทำให้เหยื่อหลงเชื่อได้ง่าย
จากข้อมูลยังพบว่า นายเซเดนเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยก็ได้ไปท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต ก่อนที่ทางตำรวจสากลจะประสานมาว่าบุคคลนี้เป็นบุคคลอันตราย เพราะมีพฤติกรรมไปหลับนอนกับหญิงสาวเรื่อยๆ และไม่มีการป้องกัน เพื่อแพร่เชื้อโรคร้าย จนมีการแจ้งความและออกหมายจับ ซึ่งผู้ต้องหาไหวตัวทัน หลบหนีและไปกบดานยังที่ต่างๆ โดยมีข้อมูลว่าเดินทางมาพื้นที่ จ.เชียงใหม่และหลายจังหวัดภาคเหนือ และเชื่อว่า จะยังคงมีพฤติกรรมแพร่โรคร้ายดังกล่าวอีก เบื้องต้นพบว่าขณะนี้มีผู้หญิงไทยจำนวนหลายรายที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเอดส์ หลังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายเซเดน โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขึ้นบัญชีดำนายเซเดนเป็นบุคคลอันตรายไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางตำรวจภูธรภาค 5 เร่งสั่งการให้ตำรวจทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ทุกสถานี ติดตามสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลเบาะแส เพื่อล่าตัวอย่างเร่งด่วน หากพบให้ดำเนินการจับกุมทันที ทั้งนี้อยากฝากเตือนหญิงสาว โดยเฉพาะหญิงที่ทำงานกับชาวต่างชาติ หากพบเจอบุคคลที่มีรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหา ให้อยู่ห่างไว้และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเพื่อเข้าตรวจสอบโดยเร็ว หรือใครที่มีเบาะแสก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา
ขณะเดียวกันการสืบสวนความร่วมมือให้ตำรวจไทยช่วยติดตามจับกุม เนื่องจากทางการสาธารณรัฐเช็ก ระบุว่า นายเซเดน เป็นบุคคลอันตรายอาจมีพฤติกรรมในการแพร่เชื้อเอชไอวี หรือ เอดส์ ให้แก่หญิงชาวไทยและกลุ่มรักร่วมเพศ โดยข้อมูลจากทางการสาธารณรัฐเช็ก อ้างว่า พฤติกรรมของนายเซเดนตรวจพบติดเชื้อโรคร้ายในวันที่ 5 กันยายน 2556 หลังจากนั้นมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันอย่างน้อย 10 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเยาวชนติดโรคร้ายจากนายเซเดน อีกทั้งนายเซเดนมีพฤติกรรมซื้อบริการเยาวชนแล้วถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยความผิดของนายเซเดนมีอัตราโทษสูงถึง 12 ปี จากนั้นได้หลบหนีออกนอกประเทศ จนกระทั่งทางการสาธารณรัฐเช็กทราบเบาะแสว่าหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
ทั้งนี้ จากการตามพฤติกรรมของนายเซเดนถือว่าเป็นบุคคลอันตราย ซึ่งมีรายงานว่าตำรวจหลายหน่วยงานพยายามสืบสวนติดตามเพื่อควบคุมตัว แต่ยังไม่พบตัว นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังพบข้อมูลว่า ผู้ต้องหาคนนี้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 เดินทางด้วยสายการบินเอเดลไวส์แอร์ เที่ยวบิน WK 050 จากเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาถึงประเทศไทยที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต เมื่อเวลา 06.30 น. โดยได้รับการตรวจลงตราจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย 60 วันในฐานะนักท่องเที่ยว จากนั้นวันที่ 6 เมษายน 2557 เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต ด้วยสายการบินเอเดลไวส์แอร์ เที่ยวบิน WK 051 มีจุดหมายปลายทางเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อย่างไรก็ตามชุดสืบสวนพบว่า นายเซเดนเดินทางเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งผ่านทางสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2558 เวลา 10.00 น.ด้วยสายการบินสวิสแอร์ไลน์ แล้วนายเซเดนยื่นเรื่องขออยู่ต่อในประเทศไทย ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต ในวันที่ 1 กรกฏาคม 2558 เลขที่ขออยู่ต่อ 58706470 โดยแจ้งอยู่อาศัยที่โรงแรมเรด แพลนเนต ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอนุมัติให้อยู่ในประเทศไทยได้ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2558 ปัจจุบันนี้ข้อมูลระบบตรวจคนเข้าเมืองพบว่า การอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยของนายเซเดนได้สิ้นสุด จึงถือว่าอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดที่ได้รับอนุญาต



