ข่าว

กกต. เบรก เซ็นต์สัญญาว่าจ้าง "อำพล" นั่งแม่บ้านกกต.

กกต. เบรก เซ็นต์สัญญาว่าจ้าง "อำพล" นั่งแม่บ้านกกต.

16 ม.ค. 2560

กกต.ชะลอ เซ็นต์สัญญาว่าจ้าง "อำพล" เป็นเลขาฯ เหตุ พบเรื่องถูกร้องเรียน พร้อมทำหนังสือสอบถามป.ป.ช.อีกอีกรอบก่อนตัดสินใจ เชื่อ 15 วันรู้ผล

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง แถลงภายหลังประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงการทำสัญญาจ้าง นายอำพล วงศ์ศิริ ที่กกต.มีมติเมื่อวันที่ 13 ม.ค. คัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. แต่ปรากฎว่ามีการนำเสนอข่าวทางสื่อว่า นายอำพล ถูกป.ป.ช.สอบสวนเรื่องสมัยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ แต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งผอ.สำนักเลขาธิการ และผอ.สำนักนโยบายยุทธศาสตร์ ป.ป.ท. โดยไม่ชอบ ซึ่งเรื่องดังกล่าวกกต.เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ การพิจารณาแต่งตั้งควรเป็นไปด้วยความรอบรอบ เป็นประโยชน์กับสำนักงาน เพราะเลขากกต. เป็นตำแหน่งแม่บ้านต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้นประชุมจึงมีมติ 1. ให้สำนักงานมีหนังสือไปยังสำนักงานป.ป.ช. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร และอยู่ในขั้นตอนใดของการสอบสวน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการให้ความเป็นธรรมกับนายอำพล และเพื่อประโยชน์สูงสุดของสำนักงานกกต.
 
    "ผมขอชี้แจงว่าก่อนหน้านี้ในชั้นการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการกกต. ที่กกต.ขอข้อมูลผู้สมัครไปยังหน่วยงานต่างๆ ซึ่งรวมถึงนายอำพล เหตุใดป.ป.ช.จึงมีหนังสือตอบกลับมาครั้งแรกระบุว่านายอำพล มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด คาดว่าจะได้รับหนังสือแจ้งผลภายใน 15 วัน"นายศุภชัย กล่าว
 
    นายศุภชัย กล่าวต่อว่า และ 2.ในระหว่างการตรวจสอบจากทั้งสองหน่วยงาน ให้สำนักงานกกต. ชะลอการลงสัญญาจ้างออกไปก่อนเพื่อให้เกิดความถูกต้องโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่กกต.และเป็นธรรมแก่นายอำพลด้วย ทั้งนี้เมื่อได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้วกกต.จะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามยืนยัน การดำเนินการของกกต.ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ มีการดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะในครั้งแรกได้มีการสอบถามและได้รับคำตอบแล้วว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน 
 
    ด้านนายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนของกกต.ได้มีการหารือเบื้องต้นแล้วว่า หากเป็นกรณีของการทุจริตเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการร้องเรียนที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลก็ต้องมาพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง แต่ทั้งหมดต้องดูคำตอบจาก ป.ป.ช.ก่อนว่าการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนใด ซึ่งยังไม่สามารถตอบได้ว่าถ้าที่สุดกกต.มีมติไม่ทำสัญญาแล้วจะต้องเริ่มแระบวนการสรรหาใหม่หรือไม่ แต่แม้ที่สุดถ้ามีการลงนามสัญญาจ้างกัน ทำงานกันแล้ว 3 ปี5ปี ป.ป.ช.มีการชี้มูลตามกระบวนการผู้นั้นก็ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ใช่ความผิดของผู้ว่าจ้าง หรือจะต้องมาถามคนแต่งตั้งต้องรับผิดชอบอย่างไร เพราะ ตอนที่แต่งตั้งยังไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น