ข่าว

ปธ.วุฒิห่วงม็อบแดงค้านรัฐบาลใช้พรบ.มั่นคง

ปธ.วุฒิห่วงม็อบแดงค้านรัฐบาลใช้พรบ.มั่นคง

24 ส.ค. 2552

ปธ.วุฒิ ห่วงเสื้อแดงชุมนุม ค้านรัฐบาลใช้พ.ร.บ.มั่นคง ระบุ ถ้าม็อบเสื้อแดงเคลื่อนที่ ประกาศใช้ยังทัน เลขาฯสมช. เตรียมรับมือเสื้อแดง 30 ส.ค.นี้ จับตาเสื้อแดงเคลื่อนไหว ลั่นหากกระทบชาติจัดการแน่ สันติบาลคาดม็อบเสื้อแดงหลักพันชุมนุม26ส.ค. นครบาลเตรียมพร้อมร

(24 ส.ค.)  นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงว่า ตนเป็นห่วงเหมือนที่ทุกคนเป็นห่วง  ส่วนที่รัฐบาลเตรียมประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง นั้น ส่วนตัวตนเห็นว่ายังไม่ถึงขนาดต้องใช้พร.บ.มั่นคงฯ คิดว่ายังเป็นการชุมนุมธรรมดา

 ต่อข้อถามที่ว่าฝ่ายความมั่นคงได้หารือกันแล้วว่าเห็นชอบที่จะประกาศใช้ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ควรจะใช้ต่อเมื่อเกิดสถานการณ์แล้ว ประกาศใช้ตอนนี้จะกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศ ทำให้ต่างประเทศตื่นตกใจ ตอนนี้ภาพพจน์ประเทศเริ่มฟื้นตัวดีแล้ว
 
 ถามว่ามองสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 30 ส.ค.อย่างไร นายประสพสุข กล่าวว่า เท่าที่ดูไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเพราะทุกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าสถานการณ์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่าน มาทำให้ประเทศย่ำแย่ขนาดไหน และขณะนี้ทุกฝ่ายก็รอให้การเมืองนิ่ง

 ต่อข้อถามว่าหากไม่ใช้พรบ.ความมั่นคงแล้วรัฐบาลควรมาตรการอะไร นายประสพสุข กล่าวว่า การควบคุมต้องดูตามสถานการณ์ หากประกาศใช้พร.บ.ความมั่นคงก็ต้องมีการใช้อาวุธก็แดสงว่าบ้านเมืองไม่สงบสุข จึงควรใช้กฎหมายปกติไปก่อน เว้นแต่มีการเคลื่อนกำลังหรือบุกรุกจนเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมไม่อยู่

เลขาฯสมช. เตรียมรับมือเสื้อแดงลั่นกระทบชาติจัดการแน่

 นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเป็นประธาน ว่า การประชุมสมช.วันนี้ (24 ส.ค.)ไม่มีการหารือถึงเรืองที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวในวันที่ 30 ส.ค. และทางสมช.เองก็ไม่ได้เตรียมพร้อมอะไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 ส.ค.นี้ทางสมช.ได้มีการประเมินเหตุการณ์อย่างไร เลขาสมช.กล่าวว่า ประเมินอยู่แล้ว สำนักข่าวกรองแห่งชาติ หน่วยข่าวต่างๆก็ประเมินสถานการณ์กันอยู่ แต่ในการประชุมสมช.วันนี้ยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีการพูดกันในเรื่องนี้ ส่วนจะมีความรุนแรงหรือไม่ยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกันทั้งหมดเป็นเพียงความเห็นของตนคนเดียว ที่ไม่ควรพูดต่อสาธารณชน

 เมื่อถามว่า แต่สมช.ยังเตรียมพร้อมในการรับมือ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า แน่นอน เพราะอะไรที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาตินั้น หน่วยข่าว หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อความมั่นคงต้องดำเนินการ

 “เรื่องทั้งหลายทั้งปวงที่หน่วยงานราชการ หน่วยความมั่นคงดำเนินการ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมือง แต่ว่าอะไรก็ตามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง อะไรที่มีผลทบต่อผลประโยชน์ของชาติเราก็ต้องดำเนินการ” เลขาธิการ สมช.กล่าว  

 เมื่อถามว่า หน่วยข่าวได้รายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆแล้วหรือยัง เลขาธิการ สมช.กล่าวว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น พูดคุยกันอยู่แต่ไม่ถึงขนาดนั้น

สันติบาลคาดม็อบเสื้อแดงหลักพันชุมนุม26ส.ค.

 พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส.กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า  จากการประเมินการชุมนุมในวันที่ 30 ส.ค.ยังไม่แน่ใจว่า ผู้ชุมนุมจะเอาจริงเอาจังมากแค่ไหน ขอรอดูการชุมนุมวันที่ 26 ส.ค. ถ้าเผื่อการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดงถูกสังคมประณาม  คงต้องกลับไปคิดว่า ควรทำต่อไปหรือไม่ เพราะวันที่ 26 ส.ค. สังคมอาจตำหนิได้ว่าเล่นไม่เลิกกับผู้หลักผู้ใหญ่ แต่หากผลออกมาเป็นบวกอาจจะได้ใจทำให้ชุมนุมวันที่ 30 ส.ค.ยืดเยื้อ จากการประเมินการชุมนุมวันที่ 26 ส.ค.คงมีจำนวนไม่มากนักหลักพัน เป็นการมาแสดงสัญลักษณ์แล้วเดินทางกลับ   เชื่อว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่น่าจะใช้ความรุนแรง เพราะมีบทเรียนจากเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน ถ้าทำอีกก็จะเป็นแง่ลบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้ข่าวไม่ดีจนอาจเสนอครม.ขอให้พ.ร.บ.ความมั่นคงในการควบคุมการชุมนุมของเสื้อแดง ผบช.ส.กล่าวว่า  ต้องตรวจสอบดูก่อนว่าในความหมายของท่าน ข่าวไม่ดีคือความรุนแรงหรือว่าการจะใช้การพูดเสียดสีตำหนิติเตียน และเห็นวันที่ 26 ส.ค.ไม่น่าจะมีอะไร เป็นเรื่องความรู้สึกมากกว่า แต่วันที่ 30 ส.ค.น่ากลัวกว่า เพราะถ้ายืดเยื้อคงจะมีปัญหากัน เพราะรัฐบาลคงอยากจะไม่ให้เป็นปัญหายืดเยื้ออยากจะเคลียร์ ถ้าเคลียร์ก็ไม่รู้ว่าจะกระทบกระทั้งกันหรือไม่  คำว่าน่ากลัวของสันติบาลคือไม่อยากให้มีความรุนแรง ไม่อยากให้เกิดความร้าวฉานมาก ๆ เพราะจะสมานฉันท์กันไม่ได้สักที  ส่วนในต่างจังหวัดก็ยังไม่ชัดเจน เท่าที่ทราบแต่ละจังหวัดก็มีการจัดกิจกรรมทั้ง 26 และ 30 ส.ค.  แต่ดูเหมือนยังไม่มีเหตุจะปะทะกันเท่าที่ควร

นครบาลเตรียมพร้อมรับมือม็อบเสื้อแดง 30 ส.ค.

 เมื่อเวลา 13.30 น.พล.ต.ท.วรพงษ์  ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ปล่อยแถวกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วรุ่นที่ 4 จำนวน 100 นาย จากกองบังคับการตำรวจนครบาล  4-6 ระดับชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวนที่มีร่างกายแข็งแรงบึกบึนเข้ารับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) ผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง “คนรักทักษิณ” นัดรวมตัวแต่งชุดดำเคลื่อนไหววันที่ 30 ส.ค.ภายในบริเวณค่ายพระราม 6  อ.ชะอำ  จ.เพชรบุรี ระยะเวลา 6 วันระหว่างวันที่ 24-30 ส.ค.โดยเน้นการฝึกการควบคุมฝูงชนการการป้องกันการปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมและการจู่โจมเข้าควบคุมตัวแกนนำผู้ชุมนุมกรณีสถานการณ์รุนแรงภาวะฉุกเฉินทำหน้าที่เป็นหน่วยจู่โจมเคลื่อนที่เร็วภาคสนามโดยหลังเสร็จสิ้นการอบรมจะเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่กับชุดเคลื่อนที่เร็วหน่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความมั่นคงพื้นที่รวม 300 นาย

 ผบช.น.กล่าวว่า  นอกจากการฝึกภาคปฏิบัติในพื้นที่แล้วยังมีการฝึกการพัฒนาทางด้านจิตใจการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันสร้างความสมานสามัคคีเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น  โดยนำตำรวจแต่ละหน่วยที่ไม่เคยรู้จักกันมาปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันปลูกจิตสำนึกการทำงานเป็นทีมเวิร์คในช่วงระยะเวลาหนึ่ง  เชื่อมั่นว่า ชุดปฏิบัติการดังกล่าวจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็งหนักแน่น เพราะบางสถานการณ์การชุมนุมนั้นมีสิ่งที่ไม่คาดคิดที่ตำรวจคาดไม่ถึงเกิดขึ้นเสมอ จึงต้องเตรียมพร้อมไว้รวมถึงการเข้าควบคุมตัวแกนนำที่สั่งการยั่วยุต่าง ๆ ด้วย  เราจำเป็นต้องเรียนรู้การปฏิบัติไว้เพื่อรับมือสถานการณือย่างเต็มที่ในทุกรูปแบบ  
 
 ผบช.น. กล่าวถึงการชุมนุมที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่  30 ส.ค.นี้เชื่อว่า ตำรวจจะสามารถดูแลสถานการณ์ได้  แต่เพื่อความพร้อมเพรียงได้นัดหมายนายตำรวจระดับ รอง ผบช.น.ทุกนายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง งานจราจรและการควบคุมฝูงชน รวมถึงระดับ ผบก.ทุกหน่วยประชุมประเมินสถานการณ์วางแนวทางการปฏิบัติร่วมกันเพื่อความชัดเจนมากขึ้นพร้อมจัดเตรียมกำลังตำรวจในการทำหน้าที่โดยยึดหลักความละมุนละม่อม ไม่ใช้ความรุนแรง เน้นการเจรจาดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย  อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์ไม่มีเหตุบ่งชี้ความรุนแรง แต่อาจชุมนุมยืดเยื้อเพราะมีเงื่อนไขต่อรองทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง  และเพื่อความไม่ประมาทได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมกำลังพร้อมรับมืออย่างเต็มที่  ส่วนการชุมนุมแต่งชุดดำหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศน์วันที่  26 ส.ค. คงไม่มีอะไรรุนแรงมีการวางกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นอหนาตามมาตรการอย่างแน่นหนาอยู่แล้วไม่น่าเป็นห่วง

"บิ๊กบัง”เชื่อไม่มีปฏิวัติบอกกองทัพ ไม่ทำอะไรนอกรัฐธรรมนูญ

 พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าอบรมหลักสูตรพัฒนาการเมือง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมขับไล่รัฐบาลในวันที่ 30 ส.ค.นี้ว่า จากที่ฟังนายกรัฐมนตรีชี้แจงถึงการดูแลสถานการณ์การชุมนุมแล้วเห็นว่าไม่น่ากังวล และสบายใจได้ ซึ่งคิดว่านายกรัฐมนตรีสามารถแก้ไขปัญหาได้ และเชื่อว่าไม่น่าจะมีอำนาจนอกกฎหมายแทรกซ้อนเข้ามา เพราะระบบของกฎหมายและมาตรการการใช้กฎหมายเข้มแข็งอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าไม่น่าจะบานปลาย อีกทั้งมาตรการต่าง ๆ และบทเรียนมีพอในการที่ใครจะปฏิบัติอะไรก็แล้วแต่ จะต้องระมัดระวัง

 “ ผมเชื่อว่าไม่มีเงื่อนไขอะไรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรที่นอกรัฐธรรมนูญ ท่านนายกฯมั่นใจในการบริหารประเทศ และผมเชื่อว่า ไม่น่าจะมีเรื่องกองทัพทำอะไรนอกรัฐธรรมนูญ ผมมั่นใจ เพราะผมดูคนออก ผมเชื่อว่าไม่มี ” พล.อ.สนธิ กล่าว

 เมื่อถามว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่ปกติหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น เพราะถ้าคิดอย่างนั้นจะกระเทือนไปหลายอย่าง

 สำหรับกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรียังเคลื่อนไหวโฟนอินเข้ามาล่าชุดนัดคนไปรวมตัวกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านประจำ ดงมูลเหล็ก จะบอกอะไรถึงพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คงต้องให้สื่อช่วยบอก เพราะเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณฟังสื่อมากกว่า

 ส่วนที่คนเสื้อแดงนัดแต่งชุดดำวันที่ 26 ส.ค.ซึ่งเป็นวันเกิดพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษนั้น พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เป็นเรื่องของความเป็นธรรมชาติที่ใครจะทำอะไรก็ได้ อย่าไปคิดอะไรมาก และเชื่อว่าไม่น่าจะนำไปสู่ความรุนแรง เพราะมีกฎหมายควบคุมดูแลอยู่ จึงเชื่อว่าคนเสื้อแดงคงไม่ทำให้เกิดความรุนแรง

 พล.อ.สนธิ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้ผู้ชุมนุมว่า เท่าที่ฟังจากนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ก็ค่อนข้างจะชัดเจนว่าออกพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้วไม่สามารถทำให้เกิดการแก้ปัญหาถึงสุดท้าย และดูแล้วคงจะเป็นอย่างที่นายกรัฐมนตรีว่า คือแม้ออกกฎหมายมาก็ยังแก้ปัญหาไม่จบ

 เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้เป็นเพราะตกค้างจากการที่คมช.ทำไม่จบหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่าไม่ใช่ และต้องสาวต่อไปให้ดี ๆ ซึ่งที่ผ่านมาตนแก้ปัญหาไปเยอะแล้ว ไม่เช่นนั้นจะแย่ยิ่งกว่านี้ อย่างไรก็ตามเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการพยายามแก้ไขปัญหาขณะนี้ถือว่าถูกต้อง เพียงแต่ภาคประชาชน และสื่อต่าง ๆ จะต้องร่วมมือกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ชาวต่างชาติและธนาคารจากสวิสเซอร์แลนด์ระบุว่าปัจจัยที่ทำให้ประเทศชาติเดินไปทางไหนคือพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่าไม่น่าจะใช่ เพราะปัจจัยในการแก้ไขปัญหากับปัญหาบ้านเมืองนั้น ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาหลาย ๆ ตัวพร้อม ๆ กัน โดยสิ่งที่สำคัญคือการเมือง หากการเมืองนิ่ง ทุกอย่างจะดีหมด แต่ขณะนี้การเมืองยังไม่นิ่ง บ้านเมืองจึงเป็นอย่างนี้ ดังนั้นพวกเราจะต้องช่วยกัน