ข่าว

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 77

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 77

16 ม.ค. 2560

วันครูแห่งชาติ ครูพานักเรียนมากราบสักการะพระบรมศพ

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 77

          เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2560 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 23.00 น. จากกำหนดเดิมในเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอคิวกราบพระบรมศพ ในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 56,004 คน รวม 76 วัน มี 3,332,138 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,847,065.75 บาท รวม 76 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 273,957,062.34 บาท

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 77

         โดยบรรยากาศการเปิดให้ประชาขนเข้ากราบสักการะพระบรมศพในวันที่ 77 และเป็นวันครูแห่งชาติ หลายโรงเรียนได้นำคณะนักเรียนเดินทางมาสักการะพระบรมศพ รวมถึงครอบครัวที่มีเด็กเล็กก็ใช้โอกาสในวันนี้พาลูกหลานมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อน้อมรำลึกถึงรัชกาลที่ 9 พ่อและครูของแผ่นดิน แม้อากาศค่อนข้างร้อนจัด แต่เจ้าหน้าที่ก็มีการจัดแถวให้ประชาชนเดินในที่ร่ม บริการน้ำดื่มตลอดเส้นทาง และมีบริการให้ยืมร่มขณะเดินออกกลางแจ้งด้วย 

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 77

         คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนแม่ริมวิทยาคม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวม 200 คน ได้เดินทางโดยรถบัสตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 15 มกราคม และมาต่อแถวบริเวณท้องสนามหลวงช่วง 05.00 น. ของวันนี้ โดย น.ส.อุมาพร แสงถวิล อายุ 59 ปี  ครูวิชาคณิตศาสตร์ เปิดเผยว่า เนื่องจากโรงเรียนมีนโยบายที่จะส่งเสริมการเรียนรู้นอกสถานที่ แต่เป็นช่วงที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงไว้อาลัย จากเดิมที่จะจัดกิจกรรมเข้าค่ายของลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด จึงได้เปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมมาเป็นการเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพแทน พร้อมทั้งหลังกราบพระบรมศพก็จะพานักเรียนไปทัศนศึกษาวัดพระแก้ว ซึ่งนักเรียนเห็นด้วยและตั้งใจที่อยากจะมามาก 
    "วันนี้เป็นวันแรกที่โรงเรียนได้พานักเรียนมาชั้น ม.3 เดินทางมาก่อน เพราะกำลังจะจบการศึกษาแล้ว พร้อมทั้งนักเรียนชั้น ม.2 และ ม.5 บางส่วน นักเรียนชั้นที่เหลือตั้งใจจะพามาในวันต่อๆไปให้ครบทุกระดับชั้น ในฐานะที่เป็นครูก็ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและถ่ายทอดพระราชดำรัสและพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในด้านต่างๆ ให้เด็กๆ นำไปปฏิบัติตาม ซึ่งทางโรงเรียนแต่ละสาระวิชาได้นำพระราชดำรัสมาบูรณาการ อย่าง วิชาคณิตศาสตร์ ได้นำเรื่องการออม เข้ามาสอนให้กับเด็กๆ " คุณครูกล่าวขณะเดินเท้าพา นักเรียนเข้าไปยังพระบรมหาราชวัง
    นอกจากนี้คุณครูอุมาพร ยังเล่าอีกว่า ประชาชนในอำเภอแม่ริม มีความใกล้ชิดกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องด้วยพระองค์ท่านเคยเสด็จฯ ยังวัดป่าดาราภิรมย์ เป็นเหตุการณ์ที่ชาวแม่ริมไม่ลืม และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีต่อคนไทยทุกคน ขณะนี้ตัวเองได้ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ปลูกผักไว้กินในครัวเรือน หลังจากเกษียณ ในปี 2561 ก็ยังยึดตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการดำรงชีวิตต่อไป

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 77

          ด้านนายสุรเดช ลุงจาก อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม กล่าวว่า ดีใจที่ได้มากราบพระบรมศพพร้อมเพื่อนๆ เเละคุณครูในวันนี้ โดยตัวเองกำลังจะจบการศึกษาในปีนี้ และคงไม่ได้เรียนต่อ เพราะตั้งใจจะออกไปช่วยครอบครัวทำเกษตรกรรมและปลูกพืชผักต่างๆ โดยจะนำความรู้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมทั้งเรื่องการเก็บออม และความรู้ด้านการคำนวณ ที่ได้เรียนรู้จากโรงเรียน มาประยุกต์ใช้กับการประกอบอาชีพต่อไป จะได้ไม่โดนโกงและจะเก็บออมเพื่อให้มีเงินก้อนสะสมไว้ใช้ในยามจำเป็นและเป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพด้วย

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 77

         เตรียมตัวพร้อมสำหรับการเข้าแถวรอนานๆ แต่ด้วยการจัดการแถวอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ น.ส.ขวัญจิรา ยัพราษฎร์ วัย 52 ปี ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพในเวลาไม่นานอย่างที่คิด โดยเจ้าตัวเผยด้วยความดีใจว่านับเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามากราบพ่อหลวง ตอนมาอธิฐานตลอดว่าขอให้ทุกอย่างราบรื่น ฝนไม่ตก ไม่มีอุบัติเหตุใดๆ เพราะอยากมากราบลาพระองค์ท่านด้วยใจจริง 
          "ตัวเราเองเป็นคนกรุงเทพฯ อยู่นวมินทร์ ดูข่าวในทีวีเห็นคนจากต่างจังหวัดเดินทางไกลมารอเข้ากราบพระองค์ตั้งแต่เช้ามืด ก็คิดว่าขอให้ในพื้นที่ไกลได้มากันเยอะๆ ก่อน เดี๋ยวเราจะตามไปทีหลัง จนวันนี้เห็นว่าเป็นเวลาสมควรแล้วเลยมาพร้อมเพื่อนๆ ในหมู่บ้าน พอได้มาจริงๆ ก็เจอพี่น้องคนไทยจากต่างจังหวัดมาด้วยใจเดียวกัน ระหว่างรอแม้ไม่รู้จักกัน แต่ก็ให้รอยยิ้มถามสารทุกข์สุขดิบกัน ผู้สูงวัยก็ไม่ย่อท้อไม่บ่นเหนื่อยกันเลย เป็นสัมผัสแรกที่เราปลื้มใจที่มาเห็นคนไทยรักกัน ตอนที่ได้เข้าไปในพระที่นั่ง ได้ตั้งจิตอธิฐานขอบคุณและขอให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย ส่วนตัวน้อมนำเรื่องความพอมีพอใช้ ประยุกต์ธรรมชาติ สิ่งของรอบตัวมาทำให้เกิดประโยชน์ เช่น การปลูกผัก ผลไม้ มาแปรรูปเป็นอาหารสุขภาพเพื่อดูแลตัวเอง คนรอบตัวให้แข็งแรง และทำเป็นธุรกิจเล็กๆ พอเลี้ยงตัวเองได้ อย่างมีความสุข" น.ส.ขวัญจิรา กล่าวด้วยความปลื้มใจ 

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เป็นวันที่ 77

         ด้าน นายสุทธิชัย เกษมสุขโชติ อายุ 55 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ชาวระยอง เดินทางมาพร้อม นางรัตนาภรณ์ อายุ 40 ปี ภรรยา และลูกทั้งสามคน นายธีรภัทร อายุ 15 ปี, ด.ญ.วรินทิรา อายุ 12 ปี และ ด.ช.กิตติภัทร อายุ 5 ขวบ โดยลูกๆ ทั้งสามคนศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง แต่วันนี้เป็นวันหยุดจึงได้เดินทางมาตั้งแต่เมื่อวานและเข้าพักที่โรงแรมย่านปิ่นเกล้า
          "ลูกชายคนเล็กเป็นคนรบเร้าอยากให้พ่อแม่พามากราบพระบรมศพ เขาบอกคุณพ่อคุณแม่ว่ามาเพื่อเป็นความทรงจำ ผมคิดว่าลูกคงซึมซับความรู้สึกนี้มาจากโรงเรียน ในโทรทัศน์ และครอบครัวที่สอนในรักในหลวง ร.9 มาตั้งแต่เกิด จึงหาเวลาว่างและมีโอกาสพาลูกๆ มาพร้อมหน้ากันในวันนี้ แม้จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยบ้างเพราะใช้อากาศร้อนแต่พอได้เข้าไปภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทกลับรู้สึกหายเหนื่อยหายร้อนเป็นปลิดทิ้ง" 
นายสุทธิชัย กล่าวว่า
          ด้านนางรัตนาภรณ์ กล่าวเสริมว่า ครอบครัวรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก ได้ซึมซับมาตลอดชีวิตว่าพระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชน โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ลุยป่าฝ่าดงก็เพื่อพัฒนาแผ่นดินให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ขนาดประชวรก็ยังห่วงประชาชนทรงงานตลอด แม้พระองค์จะสวรรคตมาหลายเดือนแล้ว ตัวเองยังรู้สึกเศร้าทุกครั้งที่เอ่ยถึง ยิ่งได้ยินเพลงราชาผู้ทรงธรรมแล้วยังอดน้ำตาซึมไม่ได้