ข่าว

ศาลไต่สวนครูแพะขอรื้อฟื้นคดีขับรถชนคนตาย

ศาลไต่สวนครูแพะขอรื้อฟื้นคดีขับรถชนคนตาย

16 ม.ค. 2560

ศาลจังหวัดนครพนมนัดไต่สวนคดีครูจอมทรัพย์ถูกแจ้งข้อหาขับรถชนคนตายเมื่อปี 48 จับตาการขอรื้อฟื้นคดีหลังมีข่าวปล่อยแพร่สะพัด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ม.ค. ) เวลา 13.00 น. ศาลจังหวัดนครพนมจะมีการนัดไต่สวนในคดีที่ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร หลังตกเป็นผู้ต้องโทษในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเมื่อปี 2548 ซึ่งต่อมานางจอมทรัพย์ได้ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 หลังจากได้พยานหลักฐานใหม่ที่สามารถนำไปสู่การพิสูจน์ได้ว่านางจอมทรัพย์ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุตัวจริง 

          โดยหลักฐานสำคัญที่นางจอมทรัพย์ใช้ประกอบการยื่นคำร้องเพื่อขอรื้อฟื้นคดีใหม่ในครั้งนี้ คือ คำให้การรับสารภาพของชายวัย 62 ปี ชาวจังหวัดมุกดาหาร ที่อ้างว่าเป็นคนขับรถยนต์กระบะ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บค 56 มุกดาหาร เฉี่ยวชนรถจักรยาน 2 ล้อ จนเป็นเหตุให้มี นายเหลือ พ่อบำรุง ชาวจังหวัดนครพนม เสียชีวิต ซึ่งชายที่อ้างว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุ ได้เข้าให้ปากคำต่อตำรวจ สภ.นาโดน จ.นครพนม เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2557 ก่อนจะให้การต่อศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในเวลาต่อมา จนนำมาสู่การยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดี และศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งมายังศาลจังหวัดนครพนมให้รื้อคดีนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ในวันนี้

          อย่างไรก็ตาม ได้มีการปล่อยข่าวออกมาว่า "ครูจอมทรัพย์" จ้างคนอื่นมารับโทษแทน ซึ่งนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เจ้าของเพจทนายคู่ใจ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า วันนี้ไต่สวนคดีครูแพะ นี่รอดูพยานปากสำคัญมาเบิกความว่ายืนยันผลเหมือนเดิมหรือเปล่า พยานปากสำคัญคือคนร้ายที่ชนคนตายตัวจริงนั้น ผมไม่แปลกใจที่จะมีการปล่อยข่าวออกมาว่า ครูแพะไปว่าจ้างคนอื่นมารับโทษแทน เพราะสิ่งที่ครูแพะกำลังทำคือการต่อสู้กับกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ และอาจจะลามไปถึงศาลด้วย ซึ่งศาลถือเป็น 1 ในอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญเลยทีเดียว ไม่แปลกที่กลไกในกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบจะออกมาปกป้องตัวเอง

          แต่สุดท้ายผมอาจจะผิดก็ได้ ก็รอผลการไต่สวนจากพยานปากนี้ดีกว่าว่าจะยืนยันในชั้นศาลว่าอย่างไร และเมื่อมันเป็นคดีที่ไต่สวนเพื่อรื้อฟื้นคดีเดิม การนำสืบคงลงกันละเอียดยิบ คงได้รับความสนใจอย่างหนักจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ แต่ที่แปลกใจคือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือกสม.ไม่เห็นออกมามีบทบาทเรื่องนี้เลย จริงๆ น่าจะออกมาช่วยดูแลคนที่เขาออกมาเรียกร้องสิทธิ์นะ เพราะครูแพะไม่ได้สู้กับร้อยเวรที่ทำสำนวน แต่เธอกำลังสู้กับ  "ระบบ" ความยุติธรรมของประเทศนี้ เป็นธรรมดาที่จะถูกโจมตีจากฝ่ายระบบมานัดไต่สวนซะ "วันครูแห่งชาติ" เลยทีเดียว บังเอิญดีแท้ๆ