
8จว.ใต้ยังอ่วม รับมือฝนถล่มหนัก 16-18ม.ค.
อุตุ ประกาศเตือนฉบับ4 ฝนตกหนักภาคใต้ 16- 18 มกราคม เสี่ยงน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก เตือนระวังโคลนถล่ม อบจ.วอนมหาดไทยอนุญาตนำเครื่องจักรกลข้ามเขตไปช่วยเหลือได้
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ ฉบับที่ 4 เรื่อง “ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย “ ลงวันที่ 16 มกราคม 2560
ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ส่งผลให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นดังนี้
ในช่วงวันที่ 16-18 มกราคม 2560 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ในช่วงวันที่ 19-20 มกราคม 2560 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาในระยะนี้อย่างใกล้ชิด
ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งไว้ด้วย
ประกาศ ณ วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.
ด้านนายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกอบจ.แพร่ นายกสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทยกล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ของภาคใต้นั้น อบจ.ถือเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมเรื่องเครื่องจักรกลหนักที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ แต่ที่ผ่านมา อบจ.ไม่สามารถนำเครื่องจักรกลที่มีอยู่ลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามพื้นที่ต่างงๆได้ เนื่องจากติดขัดกฏระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่ไม่อนุญาตให้นำเครื่องจักรกลไปทำงานข้ามเขตจังหวัดได้ จึงอยากให้ รมว.มหาดไทย ออกหนังสือสั่งการให้ อบจ.สามารถให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ เพื่อเร่งคลี่คลายความเดือดร้อนโดยเร็ว
ส่วนนายบำรุง ปิยนามวาณิช ประธานสมาพันธ์ อบจ.ภาคใต้ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชาชนและสาธารณะประโยชน์ เบื้องต้นทางสมาพันธ์ อบจ.ภาคใต้ได้เสนอให้ สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทยมอบเงินจัดทำถุงยังชีพให้กับจังหวัดที่ประสบภัยจังหวัดละ 5 แสนบาทเพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนในพื้นที่ โดย อบจ.ทั่วประเทศพร้อมที่จะส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือฟื้นฟู
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อค่ำคืนวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักและลมพัดแรงมากนานกว่า20นาที ในจ.ตรัง ทำให้ชาวบ้านที่เต้นท์อพยพหนีน้ำท่วมริมถนนต้องอยู่ในอาการผวาอีกครั้ง เนื่องจากลมพัดแรงมากจนพัดเอาเต้นท์ผู้อพยพหนีน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลควนปริง ,ตำบลบางรัก ถนนตรัง-สิเกา อำเภอเมืองตรัง ล้มไป1หลัง ข้าวของ เสื้อผ้า เครื่องนอนในเต้นท์เปียกน้ำฝนทั้งหมด ทำชาวบ้านตกใจ โดยเฉพาะเด็กๆถึงกับร้องไห้
โดยจุดแรกที่เต้นท์อพยพหนีน้ำท่วมพื้นที่หมู่ที่5ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง นายประภาส สั่นเต้ง และญาตินางวรรณา สั่นเต้ง ชาวบ้านหมู่ที่5ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ซึ่งอพยพหนีน้ำท่วมมาอยู่ที่เต้นท์ริมถนนสายตรัง-สิเกา นานกว่า10วันแล้ว ได้เล่าเหตุการณ์ว่าได้เกิดเหตุทั้งลมและฝนตกและพัดแรงกว่า 20 นาที ทำให้เต้นท์โยกเยกและผ้าใบคลุมเต้นท์เปิดออกเหมือนจะพังลงมา ซึ่งเป็นช่วงที่10กว่าชีวิต ซึ่งมีเด็กๆรวมอยู่ด้วยนั่งนอนอยู่ด้านในเต้นท์ ทำให้ตกใจกลัว ทั้งผู้ชาย และผู้หญิงในเต้นท์ต้องช่วยกันพยุงเต้นท์ท่ามกลางสายฝน แต่ก็ไม่สามารถต้านทานลมแรง ในที่สุดนายประภาสต้องเอายางล้อรถยนต์สำรอง จำนวน4 ล้อ ออกมาผูกเชือกและพยุงเข้ากับเต้นท์ และเอารถยนต์มาพยุงไว้อีกชั้น นานเกือบ20นาที จนลมสงบ ฝนหยุดตก
ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ นางวรรณา สั่นเต้ง กล่าวว่าตกใจมาก ไม่เคยเจอมาก่อน ทำอะไรไม่ถูก ถ้าไม่มีหลานเล็กๆในเต้นท์ให้เป็นห่วง จะวิ่งลงไปพายเรือกลับเข้าบ้านที่ถูกน้ำท่วมแล้ว เพราะตกใจและกลัวเต้นท์จะพังลงมา ซึ่งฝนที่ตกลงมายังไม่กลัวเท่าลมที่แรงขนาดนี้ ทุกวันนี้ก็อยู่ด้วยความกังวลกลัว เพราะถนนเส้นนี้มี รถสิบล้อวิ่งกันด้วยความเร็วสูง อย่างไรก็ตามฝนตก น้ำท่วมก็ต้องทนอยู่ไปตามสภาพ ปล่อยไปตามเวรตามกรรมแล้ว
ห่างกันประมาณ1กิโลเมตร ได้มีเต้นท์ผู้อพยพล้มพังระเนระนาด ขณะที่มีผู้อพยพด้านในเต้นประมาณ7คน แต่โชคดีที่ไม่มีเด็กเล็กๆ อยู่ด้านใน และไม่มีใครบาดเจ็บ แต่ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า หมอน เครื่องนอนเปียกน้ำฝนทั้งหมด สอบถามนางสาวนลินี สั่นเต้ง ชาวบ้านหมู่ที่3ตำบลบางรัก อำเภอเมืองตรัง เล่าว่า ตอนเกิดเหตุทุกคนพยายามช่วยกันพยุง ค้ำเต้นท์แล้วแต่ไม่เป็นผล ลมได้ยกเอาเต้นท์ลอยขึ้นสูงแล้วล้มพังลงมาไปกองอยู่เกือบกลางถนน หลังจากนั้นก็ได้ช่วยกันเก็บเต้นท์ให้อยู่ในสภาพเดิม ซึ่งตอนนี้ตัวยึดเต้นท์บางอันหักงอ ชำรุด รอญาติๆเอาเหล็กมาค้ำยันเสาเต้นท์ให้แน่นหนาขึ้น ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมหากฝนตกลงมาเพิ่มอีก ก็ยังคงกลับเข้าบ้านไม่ได้ระดับน้ำยังสูงเกือบเมตร



