
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นเอเชีย 5 ปีพุ่ง 63%
ยูเอ็นเตือนปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชียพุ่งพรวด ยกระดับการจัดการ-รีไซเคิลโดยด่วน
15 ม.ค. ผลศึกษาจากโครงการวงจรยั่งยืน มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ ระบุว่า ขยะอิเล็กทรอนิสก์ในเอเชียเพิ่มขึ้น 63% ในช่วง 5 ปีถึงสิ้นปี 2558 คิดเป็นน้ำหนักรวม 12.3 ล้านตัน หนักกว่ามหาพีระมิดกิซา 2.4 เท่า
รายงานเตือนว่า ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ จำเป็นต้องยกระดับการรีไซเคิลและกำจัดขยะอันตรายเหล่านี้อย่างเร่งด่วน ขณะนี้ยังมีประเทศจำนวนมากที่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ทำอันตรายต่อสภาพแวดล้อม
หลายปีที่ผ่านมา จีนและหลายประเทศในเอเชียมีสภาพเป็นแหล่งโละทิ้งอุปกรณ์เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์จากโลกพัฒนาแล้ว และการรีไซเคิลขยะเหล่านั้นมักทำแบบไม่ปลอดภัย หรือเป็นโรงงานที่ไม่ได้มีเครื่องมือเหมาะสม แต่รายงานล่าสุดชี้ว่า ช่วงสองสามปีมานี้เอเชียเองก็เป็นแหล่งก่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ จากหลายปัจจัยประกอบกัน ตั้งแต่มีการผลิตสินค้าออกมาขายเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในรูปอุปกรณ์สื่อสารหรือของเล่น การเติบโตของชนชั้นกลาง เมื่อผู้บริโภคมีฐานะก็แห่ซื้อโทรศัพท์ แท็บเล็ต ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ส่วนตัวและโทรทัศน์ ตลอดจนการเปลี่ยนเครื่องใหม่ไวกว่าเดิม เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีไม่หยุดยั้งและกระแสแฟชั่น
ผลการศึกษาการก่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน 12 ประเทศเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงปี 2553-2558 พบว่า จีนก่อขยะประเภทนี้เพิ่มขึ้นสองเท่า ส่วนฮ่องกง ดินแดนส่วนหนึ่งของจีน ก่อขยะต่อหัวประชากรมากที่สุด เฉลี่ยคนละ 21.7 กก. ตามด้วยสิงคโปร์และไต้หวัน เป็นนักทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อันดับ 2 และ 3 เฉลี่ย 19.95 กก. และ 19.13 กก. ตามลำดับ
กัมพูชา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ก่อขยะชนิดนี้ต่ำสุด เฉลี่ยคนละ 1 กก.เศษ ส่วนไทย ก่อขยะอิเล็กทรอนิกส์เฉลี่ย 6.1 กก.
รายงานระบุด้วยว่า กัมพูชา อินโดนีเซีย และไทย ยังไม่มีกลไกกฎหมายจัดการขยะประเภทนี้ แต่มีความพยายามในภาคเอกชนที่จะสร้างเครือข่ายเก็บและนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีอายุใช้งานยาว การรีไซเคิล การซ่อมแซม ปรับแต่งใหม่และแยกชิ้นส่วน
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่ได้ผ่านกระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม มักจะใช้วิธีเผา หรือใช้กรดแยกทองแดงกับโลหะมีค่าอื่นๆ ออกจากอุปกรณ์ไฟฟ้า วิธีการเช่นนี้จะทำให้อากาศและน้ำเป็นพิษ คนงานเสี่ยงเป็นมะเร็งและมีปัญหาด้านการเจริญพันธุ์ อย่างเช่นเมืองกุ้ยหยู ประเทศจีน ซึ่งรับรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ผลศึกษาโดยนักวิจัยวิทยาลัยการแพทย์ซัวเถา เมื่อปี 2557 พบปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักในอากาศและน้ำ และเด็กในเมืองมีระดับตะกั่วในเลือดสูง



