ข่าว

'ทรงพลิกฟื้นความแห้งแล้ง'  พสกนิกรไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณ

'ทรงพลิกฟื้นความแห้งแล้ง' พสกนิกรไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณ

15 ม.ค. 2560

ประชาชน บุคคลสำคัญ พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ รอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในสภาพอากาศค่อนข้างร้อนจัด แต่ไม่ย่อท้อ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

         สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวังวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 04.45 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศกันอย่สงเนืองแน่นท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนจัดทว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9

         โดยวันที่ 15 ม.ค.2560 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 14  ม.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 00.30 น. จากกำหนดเดิมในเวลา 21.00น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอคิวกราบพระบรมศพ ในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 55,706 คน รวม 75 วัน มี 3,276,134 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,232,104.25 บาท รวม 75 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 269,109,996.59 บาท

           ขณะที่ เวลา 12.30 น. นาย หวู ห่ง นาม (vu hong nam) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม และหัวหน้าคณะกรรมการแห่งชาติเวียดนามว่าด้วยชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย นาย ตะ เงียน หง็อก อธิบดีกรมการวิจัยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย นาย เหวียน ตัดถั่น เอกอัคราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย และคณะ นำกรรมการสมาคมชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม นำโดยนายธนวินท์ พานแก้วชูวงศ์ เลขาธิการสมาคมเวียดนามประจำประเทศไทย นายสุนทร จงประกอบแก้ว นายกสมาคมเวียดนามจังหวัดขอนแก่น ฯลฯ เดินทางมาวางพวงมาลาและถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยลเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

 

'ทรงพลิกฟื้นความแห้งแล้ง'  พสกนิกรไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณ

 

      นายเดชา ตุลานันท์  รองประธานคณะกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปลาบปลื้มที่พระองค์ทรงเสียสละตลอดเวลา เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทำความดี ทำเพื่อประชาชนอย่างหาที่เปรียบมิได้ โดยไม่ถนอมพระวรกายเลย ทรงมีพระอัจฉริยภาพสร้างสิ่งต่างๆ หลากหลาย อาทิ แนวทางบริหารจัดการน้ำ ที่ทรงพระราชทานเขื่อน ตลอดจนฝนเทียมซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกเทิดทูนพระองค์ ส่วนตัวจึงรู้สึกประทับใจและภูมิใจที่ได้เกิดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร

 

'ทรงพลิกฟื้นความแห้งแล้ง'  พสกนิกรไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณ

        ด้าน นายจงฤทธิชัย ฉิ่งร่ำ ชาวเขาเผ่ารหว่างคะฉิ่น เดินทางมาด้วยรถโดยสารประจำทางพร้อมคณะชาวเขารวม 8 คนในนามของส่วนพัฒนาชาวเขาเชียงใหม่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อบ่าย 2 ของวันที่ 14 มกราคม กล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงให้ความช่วยเหลือชาวเขาในหลายด้าน อย่างพื้นที่แห้งแล้งก็ทรงช่วยพลิกฟื้นให้มีความอุดมสมบูรณ์สามารถทำการเกษตรได้ทำให้ชาวเขามีอาชีพและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่วนพื้นที่น้ำเยอะก็ทรงช่วยไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วม

         “เมื่อก่อนผมอยู่บ้านใหม่สามัคคี อ.เชียงดาว หมู่บ้านกันดารมาก ไม่มีถนน ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีโรงเรียน แต่พอในหลวงท่านเสด็จฯ มาเยี่ยมเมื่อปี พ.ศ.2523 หมู่บ้านก็เจริญขึ้นมาก มีไฟฟ้าใช้ มีโรงเรียนให้ลูกหลานได้รับการศึกษา ทั้งยังทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวง แนะนำให้ชาวบ้านปลูกพืชเมืองหนาวอย่างอโวคาโด้ เสาวรส ฯลฯ ทำให้พวกเรามีรายได้เพิ่มขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันตัวผมเองก็ได้นำแนวคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้ในการดำเนินชีวิตโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงทั้งเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ไว้กินเองในครอบครัว ตอนนี้ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น ที่เดินทางมากราบพระองค์ท่านในวันนี้ก็อยากจะกราบขอบคุณที่ทรงดูแลพวกเราอย่างดี ทรงเสียสละเพื่อคนไทยมาตลอด” ตัวแทนชาวเขาเผ่ารหว่างคะฉิ่น กล่าวถึงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

         ขณะที่ น.ส.อัจฉริยา ฉิ่งร่ำ เยาวชนจากเผ่ารหว่างคะฉิ่น  นักเรียนชั้นม.4 โรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม จ.เชียงใหม่ เผยว่า ไม่เคยมีโอกาสรับเสด็จพระองค์ท่าน แต่รู้จักว่าท่านเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานทุกอย่างช่วยเหลือคนไทยทุกชีวิต  ด้วยการดูจากโทรทัศน์และสอนจากที่โรงเรียน พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีโดยเฉพาะการอยู่อย่างพอเพียง รวมถึงการให้ความสำคัญกับประชาชนทุกหมู่เหล่าไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น ให้ความเท่าเทียมเสมอภาคกันในสังคม

        “พวกเราเป็นชนเผ่าเล็กๆ ท่านก็ทรงไม่เคยละเลย เสด็จมาให้ความข่วยเหลือให้เรามีอยู่มีกิน ซึ่งที่โรงเรียนจะสอนให้เด็กชาวเขาร้องเพลงชาติได้ทุกคน อีกทั้งยังสอนให้รู้จักความหมายของแต่ละประโยคในเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี ในวิชาหน้าที่พลเมือง ทำให้ทุกครั้งเวลาร้องเพลงชาติหนูก็จะระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์” 

          น.ส.อัจฉริยา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนี้ตั้งใจจะปฏิบัติตัวเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน อีกทั้งก่อนหน้านี้ได้เป็นประธานนักเรียนตอนชั้นม.ต้น ก็จะเป็นแบบของการเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่ที่ดี สอนให้รู้จักความเป็นมาและเข้าใจถึงความหมายของเพลงชาติ เพลงสรรเสริญให้เข้าใจความสำคัญเพียงแค่จุดเริ่มต้นง่ายๆ เท่านี้ก่อน นอกจากนี้ยึดหลักการพูดและปฏิบัติตามที่ในหลวง ร.9 ทรงเป็นแบบอย่างที่ท่านไม่ทรงรับสั่งอย่างเดียวแต่ทรงลงมือกระทำให้เห็นกลายเป็นแรงบันดาลใจที่เราจะทำดีต่อไป" อัจฉริยา กล่าว 

            'ทรงพลิกฟื้นความแห้งแล้ง'  พสกนิกรไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณ

'ทรงพลิกฟื้นความแห้งแล้ง'  พสกนิกรไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณ

 

'ทรงพลิกฟื้นความแห้งแล้ง'  พสกนิกรไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณ