ข่าว

เมายาชักปืนโชว์ตร.สกัดซิ่งหนีไม่รอด

เมายาชักปืนโชว์ตร.สกัดซิ่งหนีไม่รอด

14 ม.ค. 2560

โจ๋เมายาโชว์กร่างชักปืนโชว์ ซิ่งเก๋งหนีกลางเมืองโคราช ตร.ใช้รถตราโล่ขวางสกัดไปไม่รอด


               14 ม.ค. 60  เมื่อเวลา 16.30 น. เกิดเหตุการณ์ระทึก  พ.ต.ต.สุทธิรักษ์ ลัคนาลิขิต สวป.สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจป้องกันปราบปรามได้ปฏิบัติการไล่ล่า ชายวัยรุ่นต้องสงสัยพกพาอาวุธปืน ขับรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว เลขทะเบียน ขต 7417 นครราชสีมา หลบหนีการจับกุมด้วยความเร็ว จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุเสียหลักพุ่งชนรถกระบะตราโล่ เลขทะเบียน 2760 ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างจัง จนด้านหน้ารถพังยับเยินบนเส้นทางหลักถนนท้าวสุระ ปากทางเข้าเรือนจำกลางนครราชสีมา ด้านทิศตะวันออก ขาเข้าเมืองนครราชสีมา

               ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ขับขี่ยานพาหนะออกมาจากกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติที่ สนง.เทศบาลตำบลหัวทะเล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อมจับกุมชายวัยรุ่นกันอย่างอลหม่าน ทราบชื่อ นายวรชัย หรือ ฟรุ้ก ประวัติพร อายุ 21 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 35 หมู่ 5 ต.โนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ มีร่องรอยฟกช้ำจากแรงกระแทก พร้อมกระจายกำลังกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุ ตรวจค้นภายในรถพบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด ยาบ้าจำนวนหนึ่งเม็ด วางซุกไว้ใต้เบาะที่นั่งคนขับ นายวรชัยอยู่ในสภาพเมายาบ้า แสดงอาการหวาดระแวงอย่างชัดเจน ให้ปากคำด้วยข้อมูลที่สับสน วกไปวนมา

               จากนั้นได้แจ้ง พ.ต.ต.พงษ์พร เกตุพละ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองนครราชสีมา มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุตามขั้นตอน พร้อมรายงาน พ.ต.อ.ปฏิยุทธ์ สิงห์สมโรจน์ ผกก.สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา และผู้บังคับบัญชาตามลำดับ

               พ.ต.ต.สุทธิรักษ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุผ่านวิทยุสื่อสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร บริเวณทางแยกโคกไผ่ ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง ว่า พบชายต้องสงสัยนำปืนมาชี้ไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จากนั้นได้ขับรถด้วยความเร็ว หลบหนีเข้าเขตตัวเมือง มุ่งหน้าไปเขตรอยต่อตำบลหัวทะเล และขับวนเวียนไปมาในเขตเมืองหลายรอบเพื่อหาทางออก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสกัดจับกุมอย่างกระชั้นชิด แต่ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถสวนเลนด้วยความเร็ว สุดท้ายไปไม่รอดรถเสียหลักพุ่งชนรถกระบะตราโล่ที่เจ้าหน้าที่ขับมาขวางไว้ด้วยความแรงจนรถตำรวจกระเด็นข้ามไปอีกฝั่งของถนน โชคดีไม่มี จนท.หรือ ปชช.ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

               เบื้องต้น ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถเก๋งคันดังกล่าวปรากฏว่า ไม่ตรงกัน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบโดยละเอียด อีกครั้ง หากเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมา ก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว