
"วันเด็ก" ผู้ปกครองพาลูกหลานมากราบพระบรมศพล้นหลาม
ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2560 ผู้ปกครองจำนวนมากถือโอกาสพาลูกๆ มาถวายสักการะพระบรมศพ และแวะเที่ยววัดพระแก้ว ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติด้วย
สำหรับบรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นวันที่ 75 ปรากฎว่ายังคงมีประชาชนแต่งกายด้วยชุดดำเรียบร้อยจำนวนมากจากทั่วประเทศ และถึงแม้วันนี้จะเป็นวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2560 ผู้ปกครองจำนวนมากถือโอกาสพาลูกๆ มาถวายสักการะพระบรมศพ และแวะเที่ยววัดพระแก้ว ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูให้ประชาชนเดินแถวเข้าตั้งแต่เวลา 04.45 น.
ด.ญ.ภัทราภรณ์-นางสาววิภาภรณ์-เด็กหญิงธันยาภรณ์-นางวริยา ขันคำ
นางวริยา ขันคำ และลูกสาว ด.ญ.ภัทราภรณ์ ขันคำ อายุ 14 ปี และ ด.ญ. ธันยาภรณ์ ขันคำ อายุ 9 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี เล่าว่า วันเด็กทุกปีที่ผ่านมา เธอและสามีพาลูกๆ เที่ยวในจังหวัดเป็นประจำอยู่แล้ว แต่สำหรับปีนี้ขอพาลูกๆ มากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสักครั้งหนึ่งในชีวิต
"จริงๆ แล้ว ลูกๆ บอกว่าอยากมากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ตัวเองเลยพูดกับลูกๆ ว่างั้นวันเด็กปีนี้เรางดเที่ยวกันสักปีแล้วมากราบพระบรมศพด้วยกันลูกๆ ก็เห็นดีด้วย จึงออกเดินทางมาพักที่บ้านพี่สาว นาง วิภาภรณ์ ขันคำ ย่านสุขุมวิทซอย 6 รอเวลาจนถึงตีสองครึ่งจึงพากันมาที่สนามหลวง โดยใช้เวลารอทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง ถือว่าไม่นานเลยกับการได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และหลังจากเสร็จภารกิจที่ตั้งใจนี้แล้ว ก็จะพาลูกๆ กลับบ้านที่พัทยา" นางวริยา กล่าว
ขณะเดียวกัน ด.ญ.ภัทราภรณ์ และ ด.ญ.ธันยาภรณ์ ขันคำ เล่าด้วยน้ำเสียงไม่หายตื่นเต้นว่า ไม่เสียใจที่ปีนี้ไม่ได้ไปเที่ยวงานวันเด็กเหมือนปีก่อนๆ แต่ดีใจที่ได้มากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งตอนที่กราบนั้นก็ได้บอกกับพระองค์ว่าขอให้เสด็จสู่สวรรคาลัยด้วย เพราะพระองค์ทรงช่วยเหลือประชาชนคนไทยไว้เยอะมาก โดยเฉพาะโครงการแก้มลิง และโครงการฝนหลวง ที่ช่วยให้มีน้ำเก็บเอาใช้ในหน้าแล้ง นอกจากทรงยังสอนให้ทุกคนมีความพอเพียง ซึ่งตัวเองและน้องสาวก็ตั้งใจว่าจะไม่ใช้เงินเยอะเช่นกัน
นายณัฐวุฒิ-นายสุทัศน์-เด็กชายสิรภัทร-นางสุภาพ พริ้งพร้อม
เช่นเดียวกับ ครอบครัวพริ้งพร้อม นำโดย นายสุทัศน์-นางสุภาพ-นายณัฐวุฒิ และ เด็กชายสิรภัทร ที่ตั้งใจใช้ช่วงเวลาดีๆ ในวันเด็ก พาลูกชายมากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แทนการพาไปเที่ยวเล่นตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ลูกๆ ได้สัมผัสและซึมซับว่า ตัวเองเกิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9
"พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างมากมาย ผมและภรรยาจึงอยากให้ลูกๆ ได้มาสัมผัส ได้มาเรียนรู้ถึงความรักของประชาชนที่จะแสดงออกผ่านการมาถวายสักการะพระบรมศพ จึงพาลูกๆ มาในวันนี้ อีกทั้งลูกๆ ก็ไม่ร้องอยากเที่ยววันเด็กแล้วด้วย นับเป็นโอกาสดี สักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ยังดี แต่ถามว่าถ้ามีโอกาส ก็ตั้งใจจะพาลูกๆ มาอีกเรื่อยๆ แม้ว่าวันนี้จะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากก็น่าจะเป็นอุปสรรค" นายสุทัศน์ พริ้งพร้อม กล่าว
ด้านลูกชายคนเล็ก เด็กชายสิรภัทร พริ้งพร้อม อายุ 9 ขวบ ยอมว่า ช่วงที่เข้าแถวรอถวายสักการะรู้สึกเหนื่อยและง่วงนอน เพราะต้องตื่นออกจากบ้านย่านสมุทรปราการตั้งแต่ตอนตีสองกว่าจะได้เข้ากราบก็ถึงเวลา 09.00 น. แต่พอได้ขึ้นไปบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ และปลื้มที่ได้มาในวันนี้ ทำให้ลืมความเหนื่อยและอยากจะกลับมาอีกครั้ง
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบเรื่องเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 บ้างหรือไม่ เด็กชายสิรภัทร ตอบเสียงดังฟังชัดว่า ทราบครับทรงสอนให้คนไทยรักและสามัคคีกัน และสอนให้ทุกคนรู้จักประหยัดพอเพียง
ครอบครัวพุ่มสวัสดิ์
นายรังสิโรจน์ และ นางมะลิวัน พุ่มสวัสดิ์ พร้อมด้วยลูกสาว "น้องแจน" เด็กหญิงศศิกานต์ "น้องจูน" เด็กหญิงภัทรภรณ์ รวมถึงคุณย่า นางมยุรี พุ่มสวัสดิ์ เป็นอีกหนึ่งครอบครัว เลือกงดเที่ยววันเด็กโดยเดินทางจากจังหวัดขอนแก่นพาคุณย่าและลูกๆ มาเข้ามากราบพระบรมศพ หวังให้สมาชิกตัวน้อยได้ร่วมเรียนรู้เกี่ยวพระราชพิธีพระบรมศพและได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีในคราวเดียวกัน
นายรังสิโรจน์ เล่าว่า ด้วยอาชีพข้าราชการสังกัดหน่วยงานส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งเป็นงานที่ต้องดูแลเกษตรกรโดยตรง จึงยึดการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่าง เพราะพระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญและเน้นการดูแลเกษตรกรเพื่อให้มีชีวิตอยู่ดีกินดี ขณะเดียวกันการดำเนินชีวิตในครอบครัวของตัวเองก็ได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียง เช่นการทำเกษตรผสมผสานการเลี้ยงสัตว์ในครัวเรือนด้วย
เช่นเดียวกับ นางมะลิวัน ซึ่งรับราชการในตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่เภสัชกรรม เล่าว่าได้น้อมนำเอาหลักการทำงานด้วยความตั้งใจที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสอนไว้มาใช้ในการทำงานไม่เพียงแค่ทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังต้องตั้งใจทำให้สำเร็จอีกด้วย
ด้านนางมยุรี พุ่มสวัสดิ์อายุ 70 ปี อดีตข้าราชการกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 แล้ว กล่าวว่ามากราบสักการะครั้งนี้ก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นเหมือนครั้งแรก รู้สึกขนลุก เพราะรักพระองค์มาก เมื่อตอนสอบเข้าราชการฝันเห็นพระองค์มาเรียกให้เข้าไปทำงานในวัง และปรากฏว่าสอบผ่าน ตั้งแต่นั้นมาจึงตั้งใจทำงานถวายพระองค์มาตลอด มีโอกาสได้ทำงานมีส่วนในการสร้างเขื่อนแก่งกระจานที่ปราณบุรี ทำแล้วได้ช่วยเกษตรกรก็รู้สึกภูมิใจ ในฐานะข้าราชการก็ยึดหลักซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง ปิดทองหลังพระโดยมีในหลวงร.9 เป็นต้นแบบ และสอนลูกหลานต่อไป ให้เป็นคนดี ทำเพื่อคนอื่นแม้ว่าจะไม่มีใครเห็นก็ตาม ดั่งที่พระองค์สอนไว้
ขณะที่ ด.ญ.ภัทราภรณ์ พุ่มสวัสดิ์ ชั้นม.2/10 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน กล่าวว่า วันนี้มากราบสักการะพระบรมศพกับครอบครัวเป็นครั้งแรก ถือเป็นความภูมิใจ เพราะที่ผ่านมาได้แต่กราบสักการะพระบรมรูปที่โรงเรียน ส่วนตัวรักในหลวงร.9 มาก และประทับใจในหลักคำสอนต่างๆ อย่างหลัก 9 คำสอนของในหลวง ที่มีข้อหนึ่งกล่าวไว้ว่าให้ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง และยังได้เรียนรู้เรื่องโครงการกังหันชัยพัฒนา ที่จะช่วยเพิ่มอ๊อกซิเจนในน้ำ บำบัดน้ำเสีย เป็นสิ่งที่ประทับใจเพราะครอบครัวเป็นเกษตรกร เวลาเลี้ยงปลาจะได้ไม่ต้องหาที่ใหม่ๆ หรือเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ นอกจากนี้ยังประทับใจที่พระองค์ทรงคิดค้นและประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ เป็นนวัตกรรมดีๆเพื่อชีวิตดีของคนไทย จึงอยากมาสักการะพระบรมศพสักครั้ง
สมาชิกคนเล็กของบ้านพุ่มสวัสดิ์ "น้องแจน" เด็กหญิงศศิกานต์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาบ้านไผ่ เล่าว่า เคยได้ไปเที่ยวโครงการชั่งหัวมันในพระดำริ ได้เห็นต้นไม้ กังหันปั่นไฟ และโคนม ทำให้ทราบว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสียสละเพื่อประชาชน และทำงานอีกหลายโครงการไม่เคยทิ้งประชาชน



