
กระทืบพระวัดเดียวกันสลบฉุนถูกเรียกตักเตือน
จับสึก !! พระลูกวัดก๊งเหล้าขาวย้อมใจก่อนดักกระทืบพระวัดเดียวกันจนสลบ ฉุนถูกเรียกตักเตือน หลังก่อเหตุถือมีดสปาต้าวิ่งหลบหนีเข้าป่า
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 ม.ค.60 ร.ต.ท.ศักดา สุขเพิ่ม รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ปฎิบัติหน้าที่หัวหน้าเขตงานหนองบัว ได้รับแจ้งเหตุพระทำร้ายร่างกายกัน ภายในวัดป่าหนองม่วง หมู่5 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี มีพระได้ผู้รับบาดเจ็บ 1 รูป จึงนำกำลังออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม
ที่เกิดเหตุเป็นทางเดินหลังศาลาการเปรียญไปกุฎิภายในวัด พบพระเกียรติพงษ์ ศรีจรัส อายุ 51 ปี ถูกทำร้ายร่างกายจนสลบหมดสติ บริเวณใบหน้า ลำตัว และศีรษะ มีรอยฟกช้ำ พระลูกวัดได้ช่วยกันนวดจนฟื้นคืนสติ จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ทำร้ายพระรูปดังกล่าว เป็นพระลูกวัดเดียวกัน ทราบชื่อภายหลังว่า พระสมพงษ์ ธารีภูมิ อายุ 45 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปในความมืดหลังวัด ทางตำรวจได้เข้าตรวจค้นภายในกุฏิของพระสมพงษ์ พบมุ้งกางไว้เรียบร้อย มีขวดเครื่องดื่มชูกำลังเปล่าวางอยู่บนพื้นข้างมุ้ง เมื่อเปิดฝาขวดออกดมมีกลิ่นเหล้าขาวออกมา ตรวจสอบหาเอกสารหลักฐาน ไม่พบใบสุทธิพระ มีแต่บัตรผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ระบุชื่อนายสมพงษ์ ธารีภูมิ
พระอาจารย์สมชัย วัตตภโย อายุ 64 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าหนองม่วง เล่าว่า ที่วัดมีพระภิกษุจำพรรษาอยู่ 11 รูป สามเณรเณร 1 รูป ซึ่งพระเกียรติพงษ์ ที่ถูกทำร้ายร่างกายเป็นชาวบ้านใกล้วัด มีอาการป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง มาขอบวชอยู่ที่วัดได้ 1 พรรษากว่า ส่วนพระสมพงษ์ ผู้ก่อเหตุเป็นพระมาจากที่อื่น เมื่อ 2 เดือนก่อนได้พบกันในพิธีสงฆ์ที่วัดอาจสุรวิหาร เขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยพระสมพงษ์ ได้ขอมาจำพรรษาที่วัดป่าหนองม่วง แต่ตนยังไม่ได้ทำการตรวจสอบใบสุทธิ และลงประวัติพระในวัดไว้
“ก่อนเกิดเหตุหลายวันก่อน พระเกียรติพงษ์ มาเล่าให้อาตมาฟังว่า พระสมพงษ์ซึ่งมาอยู่ใหม่ชอบพูดจาตะคอกใส่ จึงเรียกมาว่ากล่าวตักเตือน และบอกว่าถ้าไม่ชอบหรือไม่ลงรอยกัน ให้ต่างคนต่างอยู่ แต่พอมาวันนี้ พระเกียรติพงษ์รับกิจนิมนต์ไปสวดอภิธรรมกับพระลูกวัดอีก 4 รูป เมื่อกลับมาถึงวัด และกำลังจะเดินกลับไปยังกุฏิภายใน ที่ต้องผ่านกุฎิพระสมพงษ์ จู่ ๆ พระสมพงษ์ก็เดินเข้าไปชกต่อยทำร้ายร่างกายพระเกียรติพงษ์ จนล้ม แล้วเตะซ้ำหลายครั้งจนสลบ พร้อมกับขู่ไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง ก่อนถือมีดสปาต้าวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าที่มืดสนิท พระที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้ามาช่วยปฐมพยาบาล และแจ้งตำรวจหากพระเกียรติพงษ์ ผู้บาดเจ็บ จะดำเนินคดีกับพระสมพงษ์ก็ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเรื่องของทางโลก ส่วนทางสงฆ์ตนก็ต้องจับสึก และไล่ออกจากวัดไป เพราะมีการดื่มเหล้าที่เป็นข้อห้ามร้ายแรงถึงปาราชิก ที่ขาดจากความเป็นพระตามวินัยสงฆ์” พระอาจารย์สมชัย ระบุ



