
ชีวิตคนหาดีบุกแห่งเกาะบังคา
มาตรฐานชีวิตของคนนั้นแตกต่างกันออกไปตามแต่ฐานะ แต่ความเป็นอยู่ของชาวเหมืองดีบุกแห่งเกาะบังคา นั้นยังไม่เห็นคำว่า "ดีขึ้น" แม้ความต้องการดีบุกโลกจะพุ่งสูง
ในโลกที่วัตถุเล็กๆที่เรียกว่า “โทรศัพท์มือถือ” กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ประชากรนับพันล้านคนของโลกควรจะมีไว้ใช้ ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องเสี่ยงชีวิตหาแร่ที่เรียกว่า “ดีบุก” เพื่อให้คนหลายล้านคนได้ใช้อุปกรณ์สื่อสารที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันเช่นกัน
ทุกวัน ปาซี หนุ่มใหญ่ชาวอินโดนีเซียจะดำลงไปยังพื้นทะเลพร้อมกับท่อหายใจที่ส่งอากาศจากเครื่องปั๊มลงมา คล้ายกับสายสะดือที่เชื่อมโยงชีวิตของทารกกับมดลูกในครรภ์มารดา การดำน้ำของปาซีนั้นมีจุดหมายหลักคือการควานหาแร่ดีบุกที่กระจายปนอยู่กับทรายใต้พื้นทะเลเกาะบังคา แห่งผลิตแร่ดีบุกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
อินโดนีเซีย เป็นแหล่งแร่ดีบุกขนาดใหญ่ มีกำลังการผลิตมากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตดีบุกของโลก แร่ส่วนใหญ่มาจากเกาะบังคา และ เบลิตุง ซึ่งการทำแร่ดีบุกในอินโดนีเซียนั้นมีทั้งแบบเหมืองแร่ถูกกฏหมาย กับแบบที่ชาวบ้านอย่างปาซีใช้เพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีวิตและครอบครัว ซึ่งห่างไกลจากคำว่า ถูกกฏหมาย และ ปลอดภัย มากนัก
ชาวบ้านบนเกาะรู้ดีว่าที่พื้นทะเลนั้นมีสินแร่ที่พร้อมให้พวกเขาค้นหา แม้จะมีความเสี่ยงถึงแก่ชีวิต แต่พวกเขาก็ยอมแลกชีวิตกับเงินประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน
อาวุธของปาซีมีเพียงเรือประมงเล็กๆ แว่นตาดำน้ำ ปั๊มอากาศที่ส่งอากาศลงไปให้เขา กับเครื่องปั๊มที่ดูดทรายปนแร่ดีบุกขึ้นมาบนเรือที่ใช้คัดกรองสินแร่ออกจากทรายไร้ค่า
เขาเป็นเพียงหนึ่งในชาวเหมืองใต้ทะเลจำนวนมากที่มีเป้าหมายในการตามล่าหาดีบุก ในพื้นที่เกาะบังคา ทุกคนเผชิญกับความเสี่ยงสูงต่อชีวิตเช่นกัน สถิติจากกลุ่ม อินโดนีเซียน ทิน เวิร์คกิ้ง กรุ๊ป องค์กรไม่หวังผลกำไรท่ก่อตั้งขึ้นมาโดยกลุ่มบริษัทอิเลกทรอนิคส์ ผู้ผลิตดีบุก อุตสาหกรรม และ นักเคลื่อนไหว ชี้ว่านักหาแร่ดีบุกผิดกฏหมายที่ทำงานแถวเกาะบังคา และ เบลิตุงนั้น มีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยอย่างน้อย 1 รายทุกสัปดาห์
แม้ปาซีจะรู้ถึงสถิติการเสียชีวิตของคนทำงานแบบตนเอง แต่เขาก็บอกว่าแล้วจะให้ไปทำงานอะไร นี่คือชีวิตของผม นี่คืองานของผม
การทำเหมืองดีบุกแบบบ้านๆของชาวอินโดนีเซียนั้นโดยเฉลี่ยแล้ว คนงาน 4 คนจะหาดีบุกได้ราววันละ 30 กิโลกรัมในวันที่โชคเข้าข้างพวกเขา
ดีบุกที่ได้มาจากใต้ท้องทะเลจะถูกส่งผ่านพ่อค้าคนกลางหลายต่อหลายราย ก่อนที่จะเข้าสู่โรงงานถลุงเพื่อผลิตดีบุกบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการผลิตสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค โทรทัศน์จอแบน ผลิตภัณฑ์อิเลกทรอนิคส์ยอดนิยมอื่นๆในตลาดโลก
แม้ว่าการทำเหมืองดีบุกจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเสี่ยงถึงแก่ชีวิตของคนเหมือง แต่ดีบุกจากอินโดนีเซียยงถูกมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้สร้างความขัดแย้งใดๆต่อทุกภาคส่วน กระนั้นก็ดีชาวบ้านบนเกาะแห่งดีบุกในอินโดนีเซียก็ส่งแรงกดดันไปยังบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเลกทรอนิคส์เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการใช้แร่ที่ได้มาจากชีวิตและความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ต้องอาศัยในสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อชีวิต
ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเลกทรอนิคส์ระดับโลก มีท่าทีและการตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องจากซอกมุมโลกแตกต่างกันออกไป แอปเปิล อิงค์ ระบุว่าได้ใช้เวลาหลายพันชั่วโมงในอินโดนีเซียเพื่อให้ความรู้และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนงานรวมทั้งสภาพแวดล้อม ทั้งยังยืนยันว่าบริษัทมีนโยบายไม่ซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่ไม่ได้ทำตามมาตรฐานของบริษัท ด้านซัมซุงบอกว่า บริษัทให้คำมั่นต่อการผลักดันให้มีความรับผิดชอบต่อการทำเหมืองให้ดีขึ้น
แอปเปิล อิงค์ และ ซัมซุง เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม 10 บริษัทผู้ผลิตสินค้าไฮ-เทค ที่อยู่ในกลุ่มอินโดนีเซียน ทิน เวิร์คกิ้ง กรุ๊ป
กระแสการบริโภคทรัพยากรโลกอย่างบ้าคลั่ง สมควรที่จะมีการ “ชดเชย”ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการค้นหาทรัพยากรเหล่านั้น กรณีของการทำเหมืองดีบุกในอินโดนีเซียก็เช่นกัน ที่สมาคมผู้ส่งออกดีบุกแห่งอินโดนีเซียเปิดเผยว่ามีผู้ผลิตดีบุกสองสามราย พยายามเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเมหืองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
แต่ในมุมมองของ เรทโน บูดี แห่งกลุ่มอนุรักษ์วาลฮีกลับเห็นว่า ความสูญเสียของสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชาวบ้านที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ใกล้เหมืองดีบุก และ ชาวทะเลที่ค้นหาดีบุกใต้ท้องทะเลนั้นยากเกินจะเยียวยา และถ้อยคำของผู้ผลิตดีบุกที่ว่าจะแก้ไขนั้นยังเป็นเพียงลมปากที่ออกมาอย่างไร้ความหมาย
ดังนั้น ปาซี และ คนเหมืองดีบุกในอินโดนีเซียก็ยังต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อแลกกับปัจจัยในการดำรงชีวิตเพียงเล็กน้อยต่อไป แต่จะอีกนานเท่าใด ไม่มีใครตอบใด้ในเวลานี้



