
ส่องสถานที่เที่ยว “วันเด็ก” 2560
หลังผ่านพ้นปีใหม่ของทุกปีจะเป็นช่วงที่เด็กๆต่างเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อสำหรับ “งานวันเด็กแห่งชาติ” ซึ่งภาครัฐและเอกชนจัดกิจกรรมต่างๆหลายสถานที่ด้วยกัน
หลังผ่านพ้นปีใหม่ของทุกปีจะเป็นช่วงที่เด็กๆต่างเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อสำหรับ “งานวันเด็กแห่งชาติ” ซึ่งทุกครอบครัวจะพาบรรดาลูกหลานไปเที่ยวชมกิจกรรมในวันเด็กตามสถานที่ต่างๆซึ่งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดขึ้นทั่วประเทศ
ในปี 2560 วันเด็กแห่งชาติ ตรงกับวันเสาร์ที่ 14 มกราคม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ดังนี้“เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” ที่เน้นความสำคัญในเรื่องการศึกษาที่เป็นรากฐานของทุกด้าน เพื่อเพาะสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศ
สำหรับสถานที่จัดงานวันเด็กในปีนี้มีจำนวนมาก ที่สำคัญคือ งานวันเด็กแห่งชาติที่รัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ดินแดนแห่งความสุข ตามรอยศาสตร์ของพระราชา" ที่สนามเสือป่า ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมเปิดบูธกว่า 20 บูธ
ได้แก่ สถานีที่ 1 เวทีกลาง สถานีที่ 2 สถานีพระอัจฉริยภาพ เป็นโซนกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 สถานีที่ 3 สถานีพอเพียง สถานีที่ 4 สถานีนวัตกรรม สถานีที่ 5 สถานีธรรมะจากพระราชา และสถานีที่ 6 สถานีอิงลิช ฟอร์ ฟัน (English for Fun) ในงานแจกของขวัญให้เด็ก อาทิ ตุ๊กตา ของเล่น สมุดหนังสือ ขนม เป็นต้น การเขียนไปรษณียบัตร “คำสัญญา..ทำดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9” แล้วเขียนชื่อ-ที่อยู่ของตัวเองส่งกลับไปให้ตัวเอง ตลอดจนกิจกรรมบริเวณเวทีกลาง มีศิลปินดาราร่วมเล่นเกมตอบคำถาม รวมถึงการแสดงต่างๆ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงานวันเด็ก “เปิดถนนสายวิทยาศาสตร์” น้อมนำหลักการทรงงานและพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ทั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรม จัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2560 “เปิดถนนสายวิทยาศาสตร์” ครั้งที่ 11 โดยมุ่งเน้น ปลูกฝัง และพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ด้วยกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สนุกสนานพร้อมสอดแทรกองค์ความรู้
สำหรับปีนี้ เน้นแนวคิด “นักวิทย์น้อย ตามรอยพ่อ สานต่อที่พ่อทำ” ด้วยการน้อมนำหลักการทรงงานและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับด้านวิทยาศาสตร์ที่ทรงใช้เพื่อค้นหาคำตอบและแก้ปัญหาต่างๆ จนก่อให้เกิดโครงการพระราชดำริต่างๆ มากมาย เช่น โครงการแก้มลิง กังหันน้ำชัยพัฒนา โครงการแกล้งดิน เกษตรทฤษฎีใหม่ และอักษรทรงประดิษฐ์ โดยงานจัดที่ ซอยโยธี ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ
ส่วน 3 เหล่าทัพ นำอาวุธยุทโธปกรณ์ประจำทัพมาให้เด็กๆได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแสดงการบินผาดแผลงที่จะช่วยกระตุ้นจินตนาการและปลูกฝังความรักชาติ โดยกองทัพบกจัดงานวันเด็กที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สนามเป้า ด้านกองทัพอากาศและกองทัพเรือจัดขึ้นตามหน่วยต่างๆทั่วประเทศ อาทิ เวลา 08.00-15.30 น. ที่ฝูงบิน 601 กองบิน 6 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ สนามกีฬาสำนักงานผู้บังคับบัญชาทหารอากาศดอนเมือง และสนามบินเล็กกองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน เปิดแสดงการบินของอากาศยานแบบต่างๆ การแสดงบนเวที ร่วมสนุกเกมชิงรางวัล และรับแจกของที่ระลึกมากมาย
กองบิน 1 โคราช ชวนเยาวชนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ 2560 ร่วมสนุกกับกิจกรรมหลากหลายแบบ พร้อมชมการแสดงเครื่องบินต่าง ๆ รวมไปถึงการแสดงผาดแผลง ตั้งแต่เวลา 07.30-16.00 น. ณ ลานจอดเครื่องบิน กองบิน 1 นครราชสีมา
สำหรับน้องๆที่สนใจ ดวงดาว จักรวาล เน้นความชอบดาราศาสตร์ ที่ "ท้องฟ้าจำลอง" เปิดให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าเที่ยวชมได้ฟรี ในวันเด็กแห่งชาติ 14 มกราคม 2560 โดยเปิดการแสดงทั้งหมด 9 รอบ รอบละ 280 ครึ่งแรกของการแสดงเป็นการสอนดูดาว ครึ่งหลังเป็นภาพยนตร์เต็มโดมเรื่อง “Flight Adventures-กว่าจะบินได้” (เรื่องมหัศจรรย์แห่งออโรรา “งด” ฉายในวันเด็ก) โดยรับบัตรเพื่อสำรองที่นั่ง ส่วนผู้ใหญ่เสีย 30 บาท เปิดจำหน่ายบัตรและแจกบัตรสำรองที่นั่งสำหรับเด็กแบบรวดเดียวหมด เริ่มปล่อยบัตร 08.30 น. ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพเท่านั้น ไม่มีระบบการจองล่วงหน้า
ขณะที่ “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ” จ.นครราชสีมา มีกิจกรรมให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าร่วมได้ตั้งแต่ 09.00 น. เด็กๆจะได้สัมผัสการเป็นนักบินอวกาศน้อย ได้สำรวจดาวเคราะห์และส่วนต่างๆของท้องฟ้า รวมทั้งมีเกมส์สนุกๆพร้อมรางวัลรอมอบให้ฟรี
เช่นเดียวกับ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ จ.ชลบุรี เปิดให้เด็กๆเข้าชมฟรี 13-15 มกราคม เวลา 09.00-16.00 น. มีกิจกรรมค้นหาแรงบันดาลใจ การประกอบหุ่นยนต์ การทำโมเดลดาวเทียม จรวด พร้อมโซนถ่ายรูป และของรางวัลสุดพิเศษมากมาย
ด้าน อุทยานการเรียนรู้ TKpark จัดงานในคอนเซ็ปต์ “กาลครั้งหนึ่ง” ฟังเรื่องเล่าและสนุกกับกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจจากโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำรวจ เล่น เรียนรู้ ลงมือทำ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลาย พร้อมสนุกกับเกมชิงรางวัลและเติมพลังกับขนมสุดอร่อยจากผู้สนับสนุนใจดีมากมาย *พิเศษเฉพาะวันเด็ก เด็กสูงไม่เกิน 140 ซม. เข้าฟรีตลอดงาน ในวันเสาร์ที่ 14-วันอาทิตย์ 15 มกราคม 2560 เวลา 10.00-17.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle Zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ในส่วน ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน ได้นำ “เรื่อง กล้วย กล้วย ในอาเซียน” มาให้เด็กๆได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ผ่านการทำฐานการเรียนรู้ประดิษฐ์ของเล่นจากกล้วย งานศิลปะประดิษฐ์และอาหารจากกล้วย และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดย ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
"หออัครศิลปิน" และ "ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย" จัดกิจกรรม “สร้างสรรค์ สานศิลป์สู่เด็กไทย” พร้อมกับเรียนรู้วัฒนธรรมและคุณธรรมตามพระราชดำรัส ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรมไว้หลายอย่างมากมายให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และสัมผัสกับประสบการณ์ด้วยการลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมที่น้อมนำพระราชดำริและคำสอนของรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการดำรงชีวิต อาทิ กิจกรรมทำนาโยน ชมสาธิตการสีข้าว ปลูกผักสลัดและแตงกวา ทำอาหารเมนู “ไข่พระอาทิตย์” โดยใช้วัตถุดิบในสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ งานมี 09.00-16.00 น.เด็กอายุไม่เกิน 14 ปีไม่เสียค่าใช้จ่าย
ด้านเด็กๆที่รักสัตว์ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เด็กๆ เข้าชมสวนสัตว์ฟรี 7 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์ขอนแก่น และสวนสัตว์อุบลราชธานี พร้อมทั้งมีกิจกรรมมากมายมอบความสุขในวันเด็ก ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00น. วันที่ 14–15 มกราคม
วันเด็กแห่งชาติ มีต้นกำเนิดมาจากการที่องค์การสหประชาชาติ ซึ่งเกิดความตื่นตัวและเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็กๆ โดยในปี พ.ศ.2498 นายวี เอ็ม กุล ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ ได้เป็นผู้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก รวมถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคมเตรียมพร้อมเป็นกำลังของชาติ



