ถักทอ“ใยตาล”สู่ผลิตภัณฑ์หรู
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
แม้การถักทอใยตาลโตนดสู่หลากผลิตภัณฑ์หรูแบรนด์ “โหนดทิ้ง” ของกลุ่มโหนดทิ้ง ตั้งอยู่ที่ 15 หมู่ 4 ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ หัตถกรรมขึ้นชื่อของเมืองสงขลา จะเกิดเป็นรูปธรรมในรุ่นแม่นางเสิญศิริ หนูเพชร ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2554 ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ในปี 2546 จะมีการพัฒนามาเกือบทศวรรษ ทว่า ก็เป็นในลักษณะเรียบง่าย ไม่หวือหวา ทั้งรูปแบบสินค้า การทำตลาด ทำให้ผลิตภัณฑ์มีท่าทีจะสะดุดหยุดลง
“ปิง” พีระศักดิ์ หนูเพชร
ต่อเมื่อปี 2555 ลูกชาย “ปิง” พีระศักดิ์ หนูเพชร บัณทิตหนุ่มศิลปกรรมศาสตร์ เอกดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ศิลปินอินดี้เจ้าของซิงเกิ้ลเดี่ยวในยูทูบ พร้อมแฟนสาว “ใหม่” ปิยธิดา รุ่งสุวรรณ เข้ามารับช่วงกิจการต่อ ทั้งคู่ได้ใช้สรรพกำลังไอเดียที่มีทุกกระบวนท่าช่วยกันพัฒนาแบรนด์ให้คงอยู่ต่อไป ซึ่งเขายอมรับว่า เหตุผลที่หนีไม่ออกก็คือ ไม่อยากเห็นชาวบ้านนับร้อยๆ คนที่เคยร่วมสร้างงาน ต้องไปประกอบอาชีพอื่นทั้งที่เป็นบุคลากรที่เชี่ยวชาญ ชำนาญด้านถักทอมานับสิบปี
อีกทั้ง ต้องการพัฒนาแบรนด์ของครอบครัวให้คงยืนหยัดอยู่ต่อไปในรุ่นของเขา ที่มองว่ายังมีโอกาส หากอดทน ตั้งใจจริง ที่สำคัญรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์กลุ่มหัตถกรรมโหนดทิ้ง (NODETHING) ในฐานะกลุ่มเดียวของประเทศไทยที่แปรรูปใยตาลเป็นผลิตภัณฑ์ โดยการส่งเสริมของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา อุตสาหกรรมจังหวัด และภาครัฐอีกหลายหน่วยงาน
โดยหนุ่มปิง บอกว่า แบรนด์ “โหนดทิ้ง” มีที่มาจากคำ “โหนด” แปลว่า ต้นตาลโตนด ผสมคำว่า “ทิ้ง” คือของเหลือทิ้งนำมาเพิ่มมูลค่า ทั้งสอดคล้องกับชื่อของ ต.จะทิ้งพระ มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ กระเป๋า หมวก กล่องกระดาษ ที่รองจาน ของชำร่วย
การผลิตในยุคของเขานั้น แม้จะมีเครื่องมือเข้ามาช่วยถักทอ แต่แรงงานคนก็ยังเป็นหัวใจสำคัญ ขณะนี้มีสมาชิกกว่า 50 ชีวิต อีกทั้งเครือข่ายชุมชนอีกนับร้อยช่วยสร้างสรรค์ผลงาน มีหน่วยงานรัฐ เช่น พัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา อุตสาหกรรมจังหวัด เข้ามาช่วยเรื่องการผลิต ออกแบบ การตลาด โดยเฉพาะโหมดการผลิตกระเป๋า ที่มีผลิตภัณฑ์ทั้งแบบสาน แบบทอกว่า 40 รายการ
“ทุกชิ้นงานนอกจากจะมุ่งเน้นการผลิตที่ประณีต สวยงาม คุณภาพคงทนแล้ว เราจะมีรหัสเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปบนผืนฐานการผลิตชิ้นเดียว ใบเดียว” หนุ่มปิงอธิบายถึงจุดขายอันเป็นการสร้าง
มูลค่าเพิ่มให้สินค้า
ด้วยเสียงตอบรับจากลูกค้าถึงความแข็งแรงทนทานของเส้นใยตาลที่อยู่ได้นานนับสิบปี อีกทั้งข้อดีของเส้นใยที่ไม่เป็นเชื้อรา ทำให้หลายประเทศอนุญาตให้นำผลิตภัณฑ์ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น อเมริกา และกลุ่มประเทศยุโรป ผ่านช่องทางการตลาดออกบูธ และทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก Facebook: Nodething ,www.nodething.com
“เราแบ่งเป็น 2 ตลาด คือในและต่างประเทศ ในประเทศจะมุ่งกลุ่มเป้าหมายคนวัยทำงาน ชิ้นงานเน้นประณีต สวยงาม คงทน โดยเฉพาะกระเป๋าถือออกงานกลางคืน หรือกระเป๋าใยตาลประกอบโลหะ ไดรับความนิยมมาก ส่วนตลาดต่างประเทศจะนิยมกระเป๋าใยตาลประกอบโครงไม้ตาล กระเป๋าใยตาลประกอบหนังแท้ และกระเป๋าใยตาลถัก” ใหม่ ผู้ดูแลด้านการตลาด กล่าวเสริม
ปัจจุบันด้วยผลงานแต่ละชิ้นคุณภาพระดับสากล ความสวยงามที่ไม่เป็นรอง มีการพัฒนารูปแบบ มีดีไซน์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ส่งให้แต่ละเดือนมีออเดอร์เฉพาะตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 1,000 ชิ้น ในสนนราคาผลิตภัณฑ์ต่ำสุดอยู่ที่ 1,000 บาท และสูงสุด 1 หมื่นบาท
ด้วยค่าแรงงานที่ค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือและมีความชำนาญเฉพาะทาง “ใหม่” ปิยะธิดา บอกว่า ทำให้เกณฑ์ราคาผลิตภัณฑ์สูงตามไปด้วย แต่เมื่อเทียบกับสินค้าต่างประเทศในมาตรฐานการผลิตเดียวกัน ของเราคุณภาพ ความคงทน ความสวยงาม ดีกว่า คุ้มค่ากว่า และถูกกว่า ทั้งผลิตภัณฑ์การันตีผ่านมาตรฐานชุมชน (มผช.), รางวัลภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น, ผลิตภัณฑ์เด่น จ.สงขลา และรางวัลโอท็อป 5 ดาวระดับประเทศ
ล่าสุด แบรนด์ “โหนดทิ้ง” เป็น 1 ใน 10 ผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอีในปี 2559 ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งคณะกรรมการพร้อมมอบหมายให้หาดีไซเนอร์ชื่อดังเข้ามาช่วยพัฒนารูปแบบของสินค้าให้มีความหลากหลาย บนพื้นฐานความเป็นสากล เพื่อผลักดันเป็นสินค้าส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศต่อไป



