เปิดเดินรถไฟตรังแล้ว-ป่วยเครียดสูง18ราย
รถไฟตรังเปิดวิ่งตามปกติทุกขบวนแล้ว หลังน้ำท่วมเกือบ 2 สัปดาห์ ผอ.รพ.จิตเวชสงขลา พบชาวบ้านป่วยจิตเวช 2 ตำบลในตรัง 18 ราย มีความเครียดสูง
วันนี้ (13 ม.ค.) สถานการณ์น้ำท่วมรางรถไฟในพื้นที่ จ.ตรัง ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร บริเวณอ.เมืองตรัง ระดับน้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยมีน้ำท่วมขังบริเวณขอบทางและภายในร่องรางรถไฟเท่านั้น ทำให้เมื่อเย็นวานนี้ ( 12 ม.ค.) รถไฟขบวนรถด่วนตรัง–กรุงเทพฯ สามารถให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้ตามปกติเป็นขบวนแรกจาก 2 ขบวน
อย่างไรก็ตามในเช้าวันนี้ ขบวนรถขาล่อง ทั้งขบวนรถเร็วกรุงเทพฯ–กันตัง และขบวนรถด่วนกรุงเทพฯ–ตรัง ได้วิ่งรับส่งผู้โดยสารจากสถานีกรุงเทพฯปลายทาง จ.ตรัง ได้แล้ว หลังจากต้องหยุดให้บริการมานานเกือบ 2 สัปดาห์ นับจากเกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดและภาคใต้ตอนบน
พบชาวบ้านเครียดสูง13ราย
ด้าน นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผอ.รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ จ.สงขลา ได้นำทีมแพทย์และพยาบาล ทั้งจาก จ.สงขลา และ จ.ตรัง และเจ้าหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ลงพื้นที่ ต.นาตาล่วง และ ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง เพื่อให้คำปรึกษาและเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ศูนย์อพยพและตามชุมชนสำหรับผู้ไม่ได้อพยพไปอยู่ในศูนย์อพยพ เพื่อเยี่ยมเยือนคัดครองภาวะสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่ง จ.ตรัง ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ 2 ครั้งติดต่อกันในรอบ 1 เดือนและทุกครั้งน้ำท่วมยาวนานนับ 10 วัน ทำให้ผู้ประสบภัยเกิดความเครียดสูง
ทั้งนี้จากการได้พบผู้ป่วย 103 คน พบว่าเป็นโรคเครียดสูง 18 คน ในจำนวนนี้เป็นโรคซึมเศร้า 10 คนจากปัญหาที่มีอยู่เดิม และมี 3 คนเป็นโรคซึมเศร้าจากปัญหาน้ำท่วมรอบที่ 2 และพบความเสี่ยงการฆ่าตัวตายแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าสัมพันธ์กับเรื่องน้ำท่วมหรือไม่ ซึ่งหากน้ำท่วมนานกว่านี้ น่าเป็นห่วงว่าจะมีแนวโน้มผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มมากขึ้น เพราะจะบ่มเพาะของโรคที่เกิดจากความเครียดและโรคอุบัติใหม่ ซึ่งผู้ป่วยจิตเวชเดิมที่มีความเปราะบางอยู่ก่อนแล้ว จะยังไม่แสดงอาการในเดือนที่ 1 แต่ในเดือนที่ 2 จะแสดงอาการอย่างชัดเจนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีเจ้าหน้าที่ติดตามรายคนอย่างใกล้ชิด และขอให้ครอบครัวและคนในชุมชนช่วยกันดูแลเยียวยา ส่วนบางรายก็จะส่งต่อผู้ป่วยไปรับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านต่อไป โดยมีจ่ายยาแก้เครียดให้รับประทาน และในการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังได้สอนวิธีหยดคลอรีนลงในภาชนะใส่น้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจมากับน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับชาวบ้าน



