ข่าว

"หลวงพี่แป๊ะ"รอดอัยการไม่ฟ้องคดีรถหรูสมเด็จช่วง

"หลวงพี่แป๊ะ"รอดอัยการไม่ฟ้องคดีรถหรูสมเด็จช่วง

12 ม.ค. 2560

อัยการสั่งไม่ฟ้อง “หลวงพี่แป๊ะ” ผช.เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ หลักฐานไม่ถึงครอบครองเบนซ์หรู เผยบางข้อหาขาดอายุความ รอส่งสำนวนให้อธิบดีดีเอสไอทำความเห็นแย้งหรือไม่

      ความคืบหน้าการสั่งคดีเลี่ยงภาษีรถเบนซ์หรูที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวหา พระมหาศาสนมุนี หรือ หลวงพี่แป๊ะ หรือ พระธนกิจ สุภาโว (ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) เลขานุการสมเด็จช่วง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กับพวกเอกชนอู่ประกอบรถยนต์ รวม 7 คน กรณีเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์เบนซ์โบราณ คันหมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่อยู่ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญนั้น

     เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า วันนี้อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องนายพิชัย วีระสิทธิกุล เจ้าของอู่รถยนต์, หจก.ซี.ที.ออโต้พาร์ท โดยนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย และนายวสุ ในฐานะส่วนตัว ฐานร่วมกันนำของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษีฯ เข้ามาในราชอาณาจักร หรือร่วมกันช่วยซ่อนเร้น หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษี หรือไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี และร่วมกันจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จฯ ใช้เอกสารปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม และใช้เอกสารจากการจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จฯ 

     “ในวันนี้ผู้ต้องหาทั้งสาม ขอเลื่อนการส่งตัวฟ้อง เนื่องจากยังจัดหาหลักทรัพย์ที่จะใช้ยื่นประกันตัวในชั้นศาลและยังจัดหาทนายได้ไม่พร้อม ซึ่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ได้นัดผู้ต้องหาที่ 1-3 มาเพื่อนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญาอีกครั้งในวันที่ 10 กุมภาพันธ์” ร.ท.สมนึก กล่าว

     โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวอีกว่า อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษยังสั่งฟ้อง นายเกษมศักดิ์ หรือ อ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ นายเมธีนันท์ หรือ ชลัช นิติฐิติวงศ์ และนายสมนึก บุญประไพ ฐานร่วมกันนำของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษีฯ เข้ามาในราชอาณาจักร ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี และร่วมกันจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จฯ ร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และใช้เอกสารที่จดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จฯ และสั่งยุติการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสามในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน เนื่องจากคดีขาดอายุความ 

     โดยหลังจากที่พนักงานอัยการมีคำสั่งดังกล่าวแล้วก็ได้นำตัวนายเมธีนันท์ และนายสมนึก ซึ่งได้รับการประกันตัว และมารายงานตัวต่ออัยการในวันนี้ ไปยื่นฟ้องเป็นจำเลย พร้อมกับนายเกษมศักดิ์ ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ต่อศาลอาญาแล้ว โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำ อ.83/2560

     พร้อมกันนี้ ร.ท.สมนึก กล่าวด้วยว่า อธิบดีอัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนี หรือ หลวงพี่แป๊ะ ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่เสียภาษีไม่ครบถ้วนตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฯ มาตรา 161 เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานใดพิสูจน์ได้ว่า พระมหาศาสนมุนีรับรถยนต์ไว้โดยรู้ว่านายวิชาญเสียภาษีสรรพสามิตไม่ถูกต้อง และให้ยุติการดำเนินคดีกับพระมหาศาสนมุนี ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่เสียภาษีไม่ครบถ้วน ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฯ มาตรา 161 (1) กรณีครอบครองรถโบราณช่วงแรก เนื่องจากคดีขาดอายุความ 

     “แม้ขณะนี้พนักงานอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนี แต่ตามขั้นตอนจะต้องส่งสำนวนและความเห็นสั่งไม่ฟ้องนี้ให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณาทำความเห็นว่าจะเห็นแย้งกับคำสั่งของอัยการหรือไม่ หากดีเอสไอยืนยันความเห็นให้ฟ้องก็จะต้องส่งสำนวนกลับมาให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาดตามกฎหมายต่อไป” ร.ท.สมนึก กล่าวทิ้งท้าย