
ทายาทซัมซุงมาตามนัด ให้ปากคำคดีสินบนฉาว
ทายาทรุ่นสามแห่งอาณาจักรซัมซุง เข้าให้ปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยติดสินบนประธานาธิบดี ผ่านทางเพื่อนสนิท
นายอี แจ ยอง รองประธานซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ค้อมศีรษะพร้อมกล่าวขอโทษอย่างสุดซึ้งต่อประชาชน ที่ไม่ได้แสดงภาพลักษณ์ที่ดีเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดินทางเข้าให้ปากคำต่อทีมสอบสวนพิเศษของอัยการ ในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีที่กลุ่มบริษัทใหญ่สุดของเกาหลีใต้ ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นางชเว ซุนซิน เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปักกึนเฮ เพื่อแลกผลประโยชน์ธุรกิจ ด้วยวิธีที่ออกจะซับซ้อน
กล่าวคือ ซัมซุงทำข้อตกลงมูลค่า 2.2 หมื่นล้านวอน (ราว 640 ล้านบาท ) กับ ไวเปค สปอร์ตส์ บริษัทในเยอรมนีที่นางชเวกับบุตรสาว ชอง ยู รา เป็นเจ้าของ โดยอ้างว่าเป็นเงินสนับสนุนฝึกขี่ม้าของนักกีฬาที่มีอนาคต แต่เป็นชอง ยู รา อดีตนักกีฬาขี่ม้าเอเชียนเกมส์ คนเดียวที่ได้ประโยชน์
ต่อมา สัญญาฉบับนี้ถูกกล่าวหาว่าคือผลประโยชน์ต่างตอบแทนให้กองทุนบำนาญแห่งชาติของรัฐ (เอ็นพีเอส) ออกเสียงโหวตสนับสนุนการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทในเครือ 2 แห่งของซัมซุงที่เอ็นพีเอสถือหุ้นใหญ่ ในปี 2558 รายงานระบุว่าการรวมสองบริษัท มีความสำคัญสำหรับอีแจยองเพื่อสร้างอิทธิพลด้านการบริหาร ขณะเตรียมขึ้นกุมบังเหียนอาณาจักรซัมซุง
พนักงานสอบสวนยังกำลังสอบว่า ประธานาธิบดีปักกึนเฮ กดดันให้เอ็นพีเอส สนับสนุนซัมซุงควบรวมบริษัททั้งสองสำเร็จ เพื่อตอบแทนที่ซัมซุงให้เงินแก่เพื่อนสนิทของเธอหรือไม่ ทีมอัยการระบุว่าประธานาธิบดีปักกึนเฮกับอีแจยอง พบปะกันหลายครั้งเพื่อหารือเรื่องข้อตกลงนี้
ซัมซุง ยังบริจาคเงิน 2.04 หมื่นล้านวอนแก่มูลนิธิสองแห่งที่เพื่อนของประธานาธิบดีตั้งขึ้น ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่บริษัทในเกาหลีใต้มอบให้มากที่สุด แต่ผู้บริหารซัมซุง ยืนยันว่าเพราะคิดว่าเป็นการมอบเงินเพื่อเจตนาที่ดีส่งเสริมกีฬาและวัฒนธรรมในต่างแดน ไม่มีประโยชน์แอบแฝง นอกจากนี้ ยังกล่าวด้วยว่าเป็นการยากที่จะขัดความประสงค์ของประธานาธิบดีเมื่อได้รับการร้องขอความช่วยเหลือมา ซึ่งอาจบ่งเป็นนัยว่าบริษัทเกรงผลที่ตามมาหากปฏิเสธ
ทีมสอบสวนได้หลักฐานเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แทบเล็ตของชเว ซุนซิล คนละเครื่องกับที่อัยการได้มาก่อนหน้านี้ ซึ่งมีอีเมล์หลายฉบับเกี่ยวกับการควบรวมกิจการบริษัทในเครือซัมซุงและการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัท ตลอดจนร่างสุนทรพจน์จำนวนหนึ่งของประธานิบดีปักกึนเฮ



