ข่าว

"ไผ่ วันพ้อยท์"เลื่อนเข้าให้ปากคำตำรวจ

"ไผ่ วันพ้อยท์"เลื่อนเข้าให้ปากคำตำรวจ

24 ส.ค. 2552

"ไผ่ วันพ้อยท์"อาการยังสาหัส เลื่อนให้ปากคำตำรวจคดีถูกรุมยำ ระบุจำหน้าคนร้ายเตรียมฟ้องแพ่ง-อาญาเรียกค่าเสียหาย ด้านรองผกก.ทองหล่อส่งสายสืบลงพื้นที่หาข่าวพร้อมตรวจสอบวงจรปิดหากลุ่มคนร้ายแล้ว

(24ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีนายไผ่ ลิกค์ หรือไผ่ วันพ้อยท์ นักธุรกิจชื่อดังอายุ 30 ปี และเป็นนักแข่งรถชื่อดังกลุ่ม“วันพ้อยท์”และลูกชายของนายเรืองวิทย์ ลิกค์ อดีต รมช.มหาดไทย และ ส.ส.กำแพงเพชร ถูกวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายขณะเดินทางกลับจากสถานบันเทิงบริเวณหน้าร้านแฮมตัน คอนโด ปากซอยทองหล่อ 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น
          ล่าสุดเวลา 10.00 น.วันนี้ นายสาคร ศิริชัย ทนายส่วนตัวของไผ่ วันพ้อยท์ เปิดเผยว่า วันนี้มีข่าวออกไปว่านายไผ่จะเดินทางให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ทองหล่อนั้น เบื้องต้นยังไม่สามารถเดินทางไปได้เนื่องจากยังอยู่ในห้องไอซียู.เพราะนายไผ่ถูกทำร้ายอาการสาหัส ศีรษะแตก ใบหน้าบวมปูด ถูกทำร้ายอย่างสะบักสบอม ต้องพักรักษาตัวที่ รพ.ก่อน
         
 นายสาคร กล่าวต่อว่า หลังจากตนเดินทางไปเยี่ยมและสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทราบว่า นายไผ่เดินทางไปเที่ยวที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวไปทุกอย่าง แต่ขณะที่กำลังเดินทางกลับ มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามารุมทำร้ายจากทางด้านหลัง รุมชกต่อยและกระทืบไม่ยั้ง ซึ่งนายไผ่พอจะเห็นหน้าคนร้ายบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักคนกลุ่มดังกล่าวมาก่อน
    
 “วันที่ 31 ส.ค.ที่จะถึงนี้ นายไผ่จะต้องเดินทางไปศาลเพื่อสืบข้อมูลไต่สวนฟ้องในคดีที่นายไผ่เป็นโจทย์ฟ้องคดีหมื่นประมาท รายการคันปาก ทางช่อง 7 ก็คงไม่สามารถเดินทางไปได้เช่นกัน สำหรับคดีทำร้ายร่างกายนี้นายไผ่ให้ตัวแทนเข้าไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ก็ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ เนื่องจากเป็นคดีอาญาถึงแม้นายไผ่จะไม่ได้เดินทางมาให้ปากคำด้วยตัวเอง หลังจากนี้นายไผ่อาจจะให้ตนเป็นโจทย์ร่วมฟ้องร้องในคดีนี้ด้วยทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อเรียกค่าเสียหายจากกลุ่มผู้คนร้ายต่อไป”นายสาครกล่าว
 
          พ.ต.ท.ชนิน วชิรปาณีกูล รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า เบื้อต้นทราบว่าพนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำที่ รพ. แต่ยังไม่ได้สอบอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้เสียหายยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ ต้องรอให้อาการดีขึ้นเสียก่อน จากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้เสียหายให้การว่า จำหน้าคนร้ายไม่ได้และเห็นไม่ชัด เนื่องจากคนร้ายเข้ามาทางด้านหลัง แต่สงสัยกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งอยู่ร้านมิลค์ อย่างไรก็ตาม ตนได้ให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงว่าสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์หรือภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้บ้างหรือไม่ ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป