
ตัดสินประหารฆาตกร 9 ศพโบสถ์ชาร์ลส์ตัน
คณะลูกขุนสหรัฐชี้สมควรประหารมือปืนฆ่าหมู่ผู้บริสุทธิ์ 9 ศพที่โบสถ์เก่าแก่ในเซาท์คาโรไลนา
คณะลูกขุนสหรัฐ 12 คนใช้เวลาไตร่ตรองสามชั่วโมง ก่อนมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ให้ประหาร ดีแลน รูฟ มือปืนกราดยิงชาวอเมริกันผิวดำที่กำลังศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิล เสียชีวิต 9 คน ภายในโบสถ์เอมานูเอล แอฟริกัน เมโทดิสต์ ที่เมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์คาโรไลนา เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 คดีที่ช็อกชาวอเมริกันทั้งประเทศและเผยความแตกแยกร้าวลึกในสังคมหลากสีผิวและเชื้อชาติ
ขั้นตอนต่อไป ผู้พิพากษาจะประกาศบทลงโทษอย่างเป็นทางการในเช้าวันพุธตามเวลาสหรัฐ โดยคำตัดสินที่คณะลูกขุนมีความเห็นเอกฉันท์นี้ มีผลผูกมัด
รูฟ วัย 22 ปี ซึ่งยกย่องนาซี และเป็นพวกคลั่งความเหนือกว่าของคนผิวขาว เป็นคนแรกที่เผชิญโทษประหารฐานก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชังภายใต้กฎหมายสหพันธ์
คณะลูกขุนชุดเดียวกันตัดสินให้รูฟมีความผิดในข้อหาต่างๆรวม 33 กระทงเมื่อเดือนที่แล้ว ตั้งแต่อาชญากรรมจากความเกลียดชังทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ฆาตกรรม และพยายามฆ่า จนถึงขัดขวางการประกอบศาสนกิจ ซึ่งในจำนวนนี้ 17 กระทงมีโทษสูงสุดถึงประหาร
รูฟ ซึ่งก่อเหตุสะเทือนขวัญขณะอายุ 19 ปี มีสีหน้าไม่ยินดียินร้ายต่อบทลงโทษ แต่ดูเหมือนยิ้มน้อยๆเป็นบางครั้ง ก่อนหน้านั้น มือปืนได้บอกคณะลูกขุนระหว่างแถลงปิดการพิจารณาบทลงโทษว่า “ผมยังรู้สึกอยู่ว่า ผมต้องทำมัน” และกล่าวด้วยว่า ตนเองไม่มีความผิดปกติทางจิต
ระหว่างการพิจารณาคดี มีการเปิดเทปบันทึกการสอบสวนของเอฟบีไอ ที่รูฟยอมรับในอาชญากรรมที่ก่อขึ้น โดยบอกเหตุผลที่ต้องฆ่าคนบริสุทธิ์ 9 คน เพราะคนอเมริกันผิวขาวได้กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง และผู้ชายผิวดำข่มขืนผู้หญิงผิวขาวทุกวัน
อัยการกล่าวก่อนหน้านี้ว่า รูฟไม่เคยสำนึกผิด เขาวางแผนกราดยิงหลายเดือน เพื่อต้องการก่อสงครามเชื้อชาติ และซื้อปืนสั้น .45 พร้อมกระสุน 88 นัดในวันเกิด โดยเลข 88 เป็นสัญลักษณ์ตัวเลขหมายถึงการคำนับฮิตเลอร์ รูฟเดินเข้าไปในโบสถ์ และนั่งรวมกลุ่มกับผู้ศึกษาคัมภีร์อยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง ก่อนชักปืนกราดยิงถึง 77 นัด



