
เผาถั่วเหลือง“จีเอ็มโอ”14ตัน!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
กรมวิชาการเกษตรเตรียมเผาทำลายเมล็ดพันธุ์ “ถั่วเหลือง” นำเข้าลอตใหญ่กว่า 14 ตัน หลังตรวจพบปนเปื้อน “จีเอ็มโอ” หวั่นหลุดสู่แหล่งปลูกกระทบการผลิต-ส่งออกสินค้าเกษตรไทย คู่ค้าขาดความเชื่อมั่น สั่งคุมเข้มเมล็ดพันธุ์ควบคุมกว่า 40 ชนิดที่นำเข้าทุกชิปเม้นท์
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างเตรียมเผาทำลายเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองนำเข้า จำนวน 14 ตัน จากประเทศบราซิล หลังด่านตรวจพืชท่าเรือกรุงเทพ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร และสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ตรวจพบการปนเปื้อนถั่วเหลืองตัดแต่งพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ (GMOs) ในเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองนำเข้าลอตดังกล่าว เพื่อควบคุมและป้องกันไม่ให้หลุดลอดเข้าสู่แหล่งปลูกภายในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อภาคการผลิต รวมถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดโลกได้ ขณะเดียวกันอาจทำให้ประเทศผู้นำเข้าขาดความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรไทย ซึ่งจะส่งผลต่อการส่งออกโดยรวมได้ในอนาคต
เมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองที่เผาทำลายลอตนี้ นำเข้าโดยบริษัทเอกชนรายหนึ่งผ่านด่านตรวจพืชท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการขอนำเข้ามาเพื่อทำพันธุ์ แต่เป็นการนำเข้าพืชที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืช ทั้งยังไม่มีใบอนุญาตนำเข้าเพื่อการค้า ที่สำคัญ คือ ตรวจพบการปนเปื้อนถั่วเหลืองตัดแต่งพันธุกรรม จึงจัดเป็นสิ่งต้องห้าม ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืชจากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้น และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ.2507 (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2553 กรมวิชาการเกษตรจึงได้ยึดไว้และเผาทำลายทิ้งก่อนที่จะกระจายสู่พื้นที่ปลูกและสร้างความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม กรมวิชาการเกษตรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชทุกแห่งควบคุมกำกับดูแลและตรวจสอบการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ควบคุม จำนวน 33 ชนิด เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์พืชที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจีเอ็มโอ อาทิ ถั่วเหลือง ข้าวโพด ฝ้าย และมะละกอ เป็นต้น โดยให้สุ่มเก็บตัวอย่างเมล็ดพันธุ์นำเข้ามาตรวจสอบทุกลอตทุกชิปเม้นท์ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการปนเปื้อนจีเอ็มโอ ก่อนที่จะอนุญาตและปล่อยเมล็ดพันธุ์พืชไปสู่ผู้ประกอบการนำเข้า นอกจากนั้น ยังให้สุ่มตรวจถั่วเหลืองและข้าวโพดที่นำเข้าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ หรืออาหารสำหรับมนุษย์หรือใช้เพื่อการอุตสาหกรรม ต้องมีใบรับรองปลอดศัตรูพืชจากประเทศผู้ส่งออกกำกับมากับสินค้าด้วย
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวอีกว่า แต่ละปีประเทศไทยมีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองสูงมาก แต่ปริมาณเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผลิตได้ภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยปี 2559 ที่ผ่านมา ไทยมีปริมาณการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองรวมกว่า 69.4 ตัน มูลค่า ประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศบราซิล และสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติกักพืช กรมวิชาการเกษตรจำเป็นต้องควบคุมกำกับดูแลการนำเข้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่นำเข้าเพื่อทำพันธุ์เพื่อปกป้องประเทศชาติ รวมถึงผลประโยชน์ของเกษตรกรด้วย



