
รู้ลึกก็ต้องสอนต่อคนอื่น
เมื่อมีความเชี่ยวชาญแล้วก็สอนต่อเพื่อเติมเต็มสุขให้คนอื่น
เมื่อมีความเชี่ยวชาญแล้วก็สอนต่อเพื่อเติมเต็มสุขให้คนอื่น นั่นเองจึงเป็นเหตุให้บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมด้านระบบปรับอากาศไดกิ้น ให้การต้อนรับ เสถียร พจน์โพธิ์ศรี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน ในโอกาสรับมอบเครื่องปรับอากาศไดกิ้น 9,000 BTU จำนวน 15 เครื่อง และเยี่ยมชมศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานสาขาเครื่องปรับอากาศ ร่วมสานต่อจัดอบรมหลักสูตร “ช่างแอร์ดีดี เฟส2” ปั้นช่างเทคนิคเครื่องปรับอากาศยกระดับเชี่ยวชาญเรื่องสารทำความเย็น R32 มอบโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ พร้อมวุฒิบัตรรับรอง ต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ฮิโตชิ ทานากะ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ตามที่บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างเครื่องปรับอากาศร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เมื่อปี 2558 นั้น บริษัทฯ และกรมฯ ได้ร่วมกันดำเนินโครงการช่างแอร์ดีดี เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วนที่ใช้สารทำความเย็น R32 ซึ่งผลการดำเนินโครงการดังกล่าวได้รับความสนใจ และตอบรับอย่างดียิ่ง จากกลุ่มช่างเครื่องปรับอากาศ โดยมีช่างเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก บริษัทฯ จึงยังคงมุ่งดำเนินโครงการช่างแอร์ดีดีต่อเนื่องเป็นระยะที่ 2 ในปีนี้ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการฝึกอบรม และพัฒนาฝีมือแรงงานช่างให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ด้าน เสถียร พจน์โพธิ์ศรี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้กำหนดวิสัยทัศน์ ที่จะพัฒนากําลังแรงงานไทยให้มีสมรรถนะได้มาตรฐานสากล โดยมีพันธกิจในการพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานและผู้ประกอบกิจการให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก และส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างเครือข่ายการพัฒนาฝีมือแรงงาน เราที่บริษัทเอกชนสนับสนุนในการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อร่วมกันยกระดับฝีมือแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาฝีมือช่างเทคนิคด้านเครื่องปรับอากาศ ซึ่งสอดรับกับเป้าประสงค์ของกรมฯ ที่ต้องการยกระดับแรงงานของประเทศให้มีฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงานในระดับสากล
“การประกาศเจตนารมณ์อย่างหนักแน่นชัดเจน นับเป็นคุณูปการอันน่าชื่นชมอย่างยิ่ง เพราะเป็นการมอบโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับกลุ่มช่างเทคนิค โดยมอบองค์ความรู้อันทรงคุณค่า จากความเชี่ยวชาญพิเศษขององค์กรของท่าน และยังนับเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการร่วมพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่จะร่วมพัฒนาสังคมของประเทศชาติต่อไปอีกด้วย” เสถียร กล่าว



