
เลือกตั้งครั้งหน้า วัดฝีมือกกต.
"บุญส่ง" ระบุ เลือกตั้งครั้งหน้า วัดฝีมือกกต. เหตุ กฎหมายให้อำนาจมาก ชี้ ทำไม่สำเร็จตัวใครตัวมัน เชื่อนักการเมืองทำผิดลดลง
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน ประเมินการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่า เรื่องการร้องทุจริตจะลดลง เพราะนักการเมืองมีความระมัดระวังมากขึ้นเพราะกฎหมายกำหนดโทษรุนแรงทั้งตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และยังกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้สูง ทำให้สามารถกลั่นกรองคนได้พอสมควร คนที่มลทินจะเข้ามาได้ยาก อีกทั้งการปิดป้าย และการหาเสียง จะต้องขออนุญาตกกต. ซึ่งจะทำให้เรื่องเหล่านี้สามารถควบคุมได้ แต่มีความเป็นห่วงจากระบบเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงไปคือระบุให้พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัครในระบบเขตเกินกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมดจึงจะมีส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีการส่งผู้สมัครที่อาจจะขาดคุณสมบัติ ไม่มีคุณภาพ และปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียง การย้ายทะเบียนบ้านที่ยังแก้ไม่ได้
"สำหรับเนื้อหาในร่างกฎหมายกกต.นั้นยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนที่จะต้องหารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม กรณีการฟ้องคดีอาญาว่าจะต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องด้วยหรือไม่ ซึ่งกกต.อยากให้มีการดำเนินการเหมือนกับคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือไม่ต้องนำตัวผู้ต้องหาไปแต่ศาลจะเป็นผู้เรียกเอง เพราะหากต้องนำตัวผู้ต้องหาไปจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เนื่องจากกกต.ไม่มีห้องขัง ไม่มีกฎหมายที่จะเชื่อมโยงกับศาลให้ฝากขังได้"นายบุญส่ง กล่าว
นายบุญส่ง ยังมั่นใจว่าหลังการเลือกตั้ง กกต.จะพิจารณาเรื่องร้องคัดค้านได้รวดเร็วเสร็จก่อนการประกาศผลเลือกตั้ง แม้ว่ากฎหมายจะให้เวลากกต.ภายในหนึ่งปี แต่เราเห็นว่าเมื่อรู้ว่าทุจริตแล้วการจะรอไปอีกหนึ่งปีค่อยตัดสินจะทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการเตรียมข้อมูลการข่าว คู่มือการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง บัญชีหัวคะแนนของทุกจังหวัด ซึ่งมีไปถึงระดับเครือญาติ โดยเชื่อว่าฐานข้อมูลไม่เปลี่ยนแปลงเพราะนักการเมืองไม่เปลี่ยนหัวคะแนน และการสอบสวนจะไม่ใช้บุคลากรจากภายนอกไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานฝ่ายปกครอง แต่จะใช้เจ้าหน้าที่สืบสวนของกกต.เองโดยจะมีการนำพนักงานสอบสวนทั้งหมดมาไว้ที่ส่วนกลางก่อนจะกระจายกำลังลงพื้นที่ โดยไม่ให้รับผิดชอบในพื้นที่ของตัวเองเพื่อป้องกันปัญหาความสัมพันธ์กับนักการเมืองในพื้นที่นั้น ๆ ดังนั้นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอาจถือได้ว่าเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของ กกต. เพราะกฎหมายให้อำนาจแล้วหากยังทำไม่สำเร็จก็ตัวใครตัวมัน



