ข่าว

สอดไส้ช่วย “นายใหญ่” กลับบ้าน

สอดไส้ช่วย “นายใหญ่” กลับบ้าน

24 ส.ค. 2552

"ผมมีเจตนาบริสุทธิ์ที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมา แต่ถ้ารู้ว่าจะกลายเป็นประเด็นที่สังคมวิจารณ์กันขนาดนี้คงจะเสนอโดยใช้เอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส.ไม่เสนอในนามพรรคภูมิใจไทย เพราะทำให้พรรคเสียชื่อ ผมรู้ตัวดีผมเป็นแค่ลูกนอกไส้ของพรรคภูมิใจไทย ทุกวันนี้ก็ขออาศัยเข

 นี่เป็นเสียงการให้สัมภาษณ์ของ "จุมพฏ บุญใหญ่" ส.ส.สกลนคร ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าในการเซ็นชื่อทุกครั้งไม่ระบุพรรค เนื่องจากขณะนี้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยกำลังสอบกรณีร่วมทำกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย

 สำหรับที่มาของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 และวันที่ 26 มีนาคม ถึงวันที่ 14 เมษายน 2552 พ.ศ. ..."จุมพฏ" ในฐานะผู้ร่างกล่าวว่า ความจริงไม่ได้คาดหวังว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะได้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย เพราะคงมีกระแสออกมาต่อต้านจำนวนไม่น้อย จึงหวังเพียงแค่กระตุ้นให้คนคิดถึงเรื่องความปรองดอง สมานฉันท์ ต้องการปลุกจิตสำนึกให้คนไทยหันหน้ามาหากัน ซึ่งในวันนี้ถือว่าเป็นจริงแล้ว เพราะกลายเป็นประเด็นที่พูดกันใหญ่โต

 "จุมพฏ" เล่าว่า หลังจากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เสร็จแล้วได้ไปขอเสียงจากเพื่อน ส.ส.เพื่อเซ็นชื่อสนับสนุนนำร่างเสนอเข้าสภา แต่ปรากฏว่ามีเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย รวมใจไทยชาติพัฒนา เพื่อแผ่นดิน ประชาราช รวมแล้วได้เพียง 12 คนเท่านั้น ไม่ถึง 20 คน ตามที่กฎหมายกำหนด จึงไปหา "เนวิน ชิดชอบ" แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพื่อจะขอลายเซ็นจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย

 "เมื่อผมไปพูดคุยกับคุณเนวิน ช่วงแรกคุณเนวินปฏิเสธ เพราะกลัวว่าจะเกิดผลกระทบ แต่เมื่อผมได้อธิบายถึงหลักการและเหตุผล คุณเนวินได้แนะนำให้ผมนำร่างไปชี้แจงกับสมาชิกพรรค ซึ่งต่อมาพรรคภูมิใจไทยก็ตกลงจะเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ ในนามของพรรคภูมิใจไทย" จุมพฏ กล่าว

 การโยนให้ “จุมพฏ” ไปถามสมาชิกพรรคเอง ไม่ใช่หมายความว่า "เนวิน" ไม่สนใจ เพราะ “เนวิน” ไปขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างเป็นทางการในรอบ 5-6 ปี บนเวที "สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง" (กกต.) ในหัวข้อ “ทางออกประเทศไทยกับข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์" ได้แสดงความเห็นว่า การนิรโทษกรรมเป็นทางออกการเมืองในขณะนี้ คือต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ หากเราไม่สามารถจบเรื่องเก่าก็ไม่มีทางที่จะนำไปสู่ความสมานฉันท์ และเมื่อนิรโทษกรรมแล้วค่อยแก้รัฐธรรมนูญ

 “การนิรโทษกรรมเป็นการแก้ปัญหาแบบไทยสไตล์ คือ อโหสิให้แก่กัน วันนี้มีคนตกเป็นผู้ต้องหามากมาย ต่างฝ่ายก็ไม่ลดราวาศอก หากไม่เอาฟืนออกจากกองไฟ โดยเอาคนบริสุทธิ์ออกมาก่อน ปัญหาก็จะลุกลาม แต่พอมีแนวคิดนี้ก็มีเสียงคัดค้าน ผมก็ประหลาดใจว่าในขณะที่มีความพยายามนิรโทษกรรมให้คนที่เคลื่อนไหวโดยบริสุทธิ์กลับถูกคัดค้าน แต่การเรียกร้องให้อภัยโทษคนคนเดียวกับมีการสนับสนุน” เนวิน กล่าว

 หากวิเคราะห์จากคำพูดดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า “เนวิน” เห็นด้วยกับการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จึงไม่แปลกที่ “ชัย ชิดชอบ” ประธานสภา จะบรรจุร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่วาระการประชุม หลังจากพรรคภูมิใจไทยยื่นเพียงวันเดียว

 ในขณะที่ "จุมพฏ" กล่าวถึงเรื่องนี้สั้นๆ ว่า "ไม่ทราบ เพราะประธานเป็นคนนำเรื่องบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม" 

 "จุมพฏ" ยอมรับว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในช่วงเวลานี้อาจไม่เหมาะ เพราะคนยังอยู่ในอารมณ์ของความขัดแย้งเลือกข้าง ควรนำประเด็นหารือต่อสาธารณะก่อน

 อย่างไรก็ตาม มีหลายฝ่ายแสดงความกังวลเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ดูเหมือนขัดกับหลักนิติรัฐ คนทำผิดไม่ต้องรับโทษเหมือนส่งเสริมให้เกิดการชุมนุมหรือละเมิดกฎหมายมากขึ้น เรื่องนี้ "จุมพฏ" มองว่า นิติรัฐคือหลักปกครองประเทศโดยกฎหมาย แต่ขณะนี้ประเทศไทยปกครองโดยคน คือ "สนธิ ลิ้มทองกุล" และ "ทักษิณ ชินวัตร" ถือว่าไม่อยู่ในภาวะที่ปกติ

 ดังนั้น “จุมพฏ” จึงเห็นด้วยกับแนวคิดของพรรคเพื่อไทยที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ....ประกบคู่เข้าสู่การพิจารณาไปด้วย เพราะเห็นว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีทีสุดในการแก้ไขปัญหาการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น

 ก่อนหน้านี้ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ได้มี ส.ส.พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคเพื่อแผ่นดิน รวม 149 คน ยื่นต่อ "ชัย" ไปแล้ว สาระสำคัญคือ "ต้องการให้นิรโทษกรรมแก่บุคคลใดๆ ที่กระทำผิดก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 5 พ.ค.2552 ให้พ้นจากความผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครอง" และให้ "คืนสิทธิเลือกตั้ง" แก่ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ 5 ปี

 และผู้ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติก็ไม่ใช่ใครอื่นเป็นคนเดียวกับคนที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับพรรคภูมิใจไทย "จุมพฏ บุญใหญ่" นี่เอง
 หากดูเจตนาของ "จุมพฏ" ที่อ้างว่าต้องการให้ทุกคนหันหน้ามารักใคร่ปรองดองกัน แต่เมื่อดูตอนท้ายก็อดคิดไม่ได้ว่าขณะนี้ "พรรคภูมิใจไทย" กำลังยืมมือ "ลูกนอกไส้" ร่างกฎหมายเพื่อช่วย "นายใหญ่" ให้มีโอกาสกลับมาอีกครั้ง

สมถวิล เทพสวัสดิ์