
ทางออก...มีหรือไม่
เมื่อการเลือกผู้นำคนใหม่ของสถาบันตำรวจสัปดาห์ก่อน ประธานที่ประชุม หรือนายกรัฐมนตรี เจอ 5 ตอขวางอยู่แบบไม่เกรงใจหรือไว้หน้า ทำให้ต้องเลื่อนการตัดสินใจออกไปเพื่อเจรจาหาทางให้ลงตัว และยังไม่รู้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นใคร
ตามข่าวบอกว่านอกจาก 5 ตอในที่ประชุมแล้ว ยังมี “ตอกุหลาบ” อีกอย่างน้อย 3 ตอ เป็น 2 ทหารนอกราชการ และพลเรือนนักการเมือง ประเด็นนายทหารคนสำคัญระดับชั้นองคมนตรีนั้นจริงหรือไม่ หรือถูกแอบอ้างตีกินฟรี ไม่มีใครยืนยันได้
เรื่องพรรค์นี้อ้างกันได้ พิสูจน์ไม่ได้ เว้นแต่เจ้าตัวจะยอมรับเท่านั้น! แต่การอ้างแบบนี้สร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน ความเสียหายแก่เจ้าตัวคนถูกอ้าง ยิ่งในวงการเมืองบ้านเรา นิยมเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่นด้วยแล้ว ก็ไม่เป็นเรื่องน่าแปลก
อย่างไรก็ตาม นายกฯ เจอ “ตอ” แน่นอน จะฝ่าตออย่างไร ขุดรากถอนโคน เลี่ยงไปข้างๆ หรือยอมสยบให้ “ตอ” ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินผลดี ผลเสีย ผลกระทบในอนาคต ยิ่งมีเสียงร่ำลือว่านอกจากตอที่ปรากฏแล้ว ยังมีตอที่มองไม่เห็นอีกด้วย
เรื่องนี้ไม่น่าเป็นปัญหา คุณจุมพล หรือคุณปทีป อยู่ได้คนละปี แต่ในบ้านเรากลายเป็นปัญหาความด้อยพัฒนาเรื้อรัง ตำรวจนิยมรับใช้การเมือง นักการเมืองใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ สมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นจึงมีความหมายมากกว่าปกติ
ใครอยากก้าวหน้าในตำแหน่ง ต้องวิ่งเต้น มีเส้นสาย นักการเมืองฝากฝัง จึงจะมีโอกาสเหนือคนอื่น ขณะเดียวกันตำรวจเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองในการเล่นงานคู่แข่ง จัดการหัวคะแนนฝ่ายตรงข้าม ยัดข้อหา หรือกระทั่งฆ่าคน เช่น สงครามกับยาบ้า
ในยุคผู้นำรัฐบาลเป็นอดีตนายตำรวจด้วยแล้ว กลายเป็นพลังอำมหิตคูณสอง เพราะนักการเมืองว่าร้ายแล้ว เจอตำรวจมีวิชามาร เล่ห์เหลี่ยมเพียบ บ้านเมืองจึงเหมือนตกอยู่ในกลียุค หาความสงบสุขไม่ได้ เหมือนโจรถือกฎหมายใช้อำนาจเถื่อนครองเมือง
ผู้นำรัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ซื้อเวลาไปก่อน แล้วจัดการภายหลังงั้นหรือ? แบบนี้นอกจากถูกมองว่าขาดความเด็ดขาดแล้ว ข้าราชการประจำคนอื่นจะหัวเราะเยาะ แข่งกันดื้อแข็งขืน ไม่สนใจ เชื่อว่าอีกไม่นานคงมีหัวหน้ารัฐบาลคนใหม่เข้ามา
ปัญหาบ้านเมืองเราส่วนหนึ่งเพราะตำรวจกับการเมืองแยกกันไม่ออก เราไม่มีตำรวจมืออาชีพ แต่มีคนมีอาชีพตำรวจ และมีพวกใช้อาชีพแสวงหาผลประโยชน์ ตำรวจดีเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ขาดโอกาสก้าวหน้า ถ้าขาดเงินซื้อตำแหน่งจากนายเลว
จะอ้างว่ารายได้น้อย จำเป็นต้องหากินด้วยการรีดไถ ทำให้ตำรวจอาชญากรไม่แตกต่างกัน นอกจากมีเครื่องแบบและกฎหมายรับรองเท่านั้น เป็นเวรกรรมบ้านเมือง
ก่อนหน้านี้เรามีคำพูดปลอบใจว่า ยังดีที่ตำรวจดีมีอยู่ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองคงอยู่ไม่ได้! ช่วงหลังมีคำพูดว่า กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของตำรวจเป็นพวกเสื้อแดง ไว้ใจไม่ได้
เมื่อตำรวจเลือกข้าง รถนายกฯ จึงติดไฟแดงที่พัทยา เกือบโดนรุมฆ่า และในกระทรวงมหาดไทยไม่มีตำรวจไปช่วย แม้แต่ทหารก็ยังวิ่งหนีพวกเสื้อแดง เป็นยุคที่คนในเครื่องแบบหนีตายจากการไล่ฆ่าของอันธพาลการเมือง ประชาชนไร้ที่พึ่งแท้จริง
จะมีอะไรป้องกันไม่ให้บ้านเมืองล่มจม ดูแล้วมืดแปดด้านจริงๆ นิ! อิอิอิ!!!



