
สวรรค์ล่ม...จบที่รัดคอฆ่า
ศพหญิงวัยรุ่นนิรนามถูกรัดคอฆ่าทิ้งใต้สะพานข้ามห้วยพระคือ บ้านแอวมอง ถนนสายขอนแก่น-เชียงยืน หมู่ 9 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นดูเหมือนจะเป็นคดีปริศนา เพราะสภาพศพไม่ถูกทำร้าย เสื้อสายเดี่ยวกางเกงขาสั้นไม่ถูกถอดออก สถ
ตำรวจสืบสวนภาค 4 นำโดย พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ ผกก.จึงเริ่มคลำปมที่หญิงขายบริการ เร่ร่อน เตร็ดเตร่ โดยนำภาพถ่ายไปสอบถามกับแม่ค้าและกระเป๋ารถที่ บขส.ขอนแก่น ห่างจากจุดพบศพกว่า 10 กิโลเมตร
ไม่นานนักก็มีคนยืนยันว่าผู้ตายคือ น.ส.ปทุมพร วัย 20 ปี จากมหาสารคาม หญิงขายบริการแถบ บขส.และถนนศูนย์ราชการ ตำรวจจึงพุ่งเป้าไปที่สามีและคนสนิท แต่เมื่อนำตัวมาสอบสวนกลับไม่พบพิรุธ มีเพียงพยานยืนยันว่า น.ส.ปทุมพร ไปกับชายรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งก่อนกลายเป็นศพ เมื่อตรวจดูทรัพย์สินแล้วระบุว่า โทรศัพท์มือถือและสร้อยกะลาพระขุนแผนที่ห้อยคอเป็นประจำหายไป
หลังจากนั้นไม่กี่วันตำรวจก็เริ่มได้วี่แวว เมื่อพบว่าโทรศัพท์ของ น.ส.ปทุมพรถูกใช้งาน เมื่อได้พิกัดจึงเข้าคุมตัวชายวัยรุ่นที่ใช้โทรศัพท์มือถือของเหยื่อสาว ซึ่งให้การซัดทอดนายรังสรรค์ ศรีคง อายุ 37 ปี บ้านเดิมอยู่ อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ปัจจุบันเป็นกรรมการบริษัทแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น เป็นผู้นำโทรศัพท์มือถือมาให้ ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวได้ในที่สุด
"รังสรรค์" สารภาพเรื่องราวที่เป็นชนวนเหตุแห่งฆาตกรรม เรื่องเหลือเชื่อพรั่งพรูออกจากปาก เป็นเหตุการณ์ของ "คนถึงฆาต" กับ "คนมีเคราะห์" มาเจอกัน คนหนึ่งจึงต้องตาย ส่วนอีกคนเข้าคุก !
...หลังดื่มเหล้าจนเมา รังสรรค์ขี่รถจักรยานยนต์ไปวนดูหญิงขายบริการแถบ บขส.เพื่อหิ้วมาร่วมหลับนอน กระทั่งพบ น.ส.ปทุมพร จึงเข้าไปสอบถามราคาได้ความว่า ถ้าไปนอนบ้านผู้หญิงเสีย 500 บาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องให้สามีดูกิจกรรมด้วย ส่วนถ้าหิ้วไปนอนบ้านฝ่ายชายจะคิดเงิน 1,000 บาทขาดตัว !!
ด้วยเงื่อนไขและราคาที่เรียกมา เปรียบเทียบกับตัวสินค้าที่เป็นเพียงคนเตร็ดเตร่แล้วถือว่าแพงมาก แต่เวลานั้นรังสรรค์หน้ามืดเสียแล้ว ไม่อยากเสียเวลาไปตระเวนหาอีก แม้ในกระเป๋าจะมีเงินเพียง 800 บาทก็ยอมทุ่มสุดตัว ต่อรองลงมาที่ 700 บาท ส่วนอีกร้อยขอไว้เติมน้ำมันแล้วกัน ปทุมพรตอบตกลงนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปจบที่ห้องพักในหมู่บ้านรุ่งเรืองวิลเลจ ก่อนบทพิศวาสจะเริ่มต้นปทุมพรเรียกเก็บเงินก่อน ซึ่งรังสรรค์ก็ยอมจ่ายแต่โดยดี ทว่าระหว่างเข้าด้ายเข้าเข็มจู่ๆ ฝ่ายหญิงก็เล่นตัว ผลักรังสรรค์ออกจากอกพร้อมกับตัดบทเอาดื้อๆ ว่า "จ่าย 700 ได้แค่นี้ถ้าจะให้เสร็จต้องจ่าย 2 พัน"
สวรรค์ล่ม ! รังสรรค์เฝ้าอ้อนวอนขอทำต่อ แต่ปทุมพรกลับเกรี้ยวกราดกว่าเก่า ทั้งด่าว่าสารพัด และยังนำพระขุนแผนห้อยคอมาพนมมือสาปแช่งให้ลูกกรอก กุมารทองมาหักคอลูกค้า พร้อมกับขู่ว่าจะเอาผัวกับเพื่อนมาขนของในออฟฟิศไปทั้งหมด ทั้งคอมพิวเตอร์ โต๊ะเก้าอี้ แทนค่าตัวส่วนที่เรียกร้องเพิ่ม แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ให้ทำต่อ
ตกลงกันนานสองนานไม่สำเร็จ ในที่สุดปทุมพรก็ขู่เอารถจักรยานยนต์ขี่ไปหาเพื่อน รังสรรค์กลัวถูกเชิดรถจึงอาสาไปส่ง เมื่อออกจากบ้านปทุมพรบอกทางเลี้ยวซ้ายขี่ออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ ถึงสะพานบ้านแอวมอง ซึ่งทั้งเปลี่ยวทั้งไกลและมืดมาก รังสรรค์กลัวถูกลวงมาฆ่าชิงทรัพย์ จึงจอดรถบอกให้ประทุมพรโทรหาเพื่อนที่นัดกันไว้สอบถามว่าอยู่ที่ไหน แต่ปทุมพรปฏิเสธโดยบอกให้ขี่ไปเรื่อยๆ รังสรรค์จึงเลือกที่จะจอดและอ้อนวอนขอหลับนอนด้วย...อีกครั้ง
"ผมเสียดายเงิน จ่ายไปแล้วยังทำไม่เสร็จ เลยพูดขอไปเรื่อย เผื่อเขาจะยอม แต่กลับถูกด่าหนักกว่าเก่า แถมยังเอาท่อนไม้แถวนั้นมาฟาด ผมฟิวส์ขาดเพราะเขาด่าว่าถึงแม่ บอกราคานี้ไปนอนกับแม่เอ็งสิ เท่านั้นแหละผมวูบเลย จับกดคอลงกับราวสะพาน เขายังไม่หยุดตะโกนด่า เลยคว้าผ้าเช็ดรถใต้เบาะมารัดคอจนนิ่งไป แล้วลากไปไว้ใต้สะพาน ตอนนั้นไม่รู้ว่าตาย เสร็จแล้วขี่รถกลับมานอนที่ออฟฟิศ รุ่งเช้าก็หนีกลับบ้านที่โคราช" รังสรรค์เล่า
รังสรรค์ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ทั้งที่อีกเพียง 4 วันเขาจะหนีรอดไปได้อีกนานแสนนาน ด้วยวันที่ 18 สิงหาคม เขามีแผนจะเดินทางไปทำงานเป็นพ่อครัวที่ประเทศออสเตรเลีย จึงกลับมาเก็บของที่สำนักงานและนั่งนับถอยหลังวันที่จะโล่งใจได้เสียที
แต่ที่สุดกลับต้องนอนในคุกแทนที่จะบินไปเมืองนอกเสียนี่ !
เรื่อง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน
ภาพ-ชยานนท์ ปราณีต



