
สักการะพระบรมศพ ครั้งที่ 50 ไม่เหนื่อย
คนรุ่นตัวเองอาจไม่ได้เกิดมาทันเห็นพระองค์ท่านทรงงานอย่างหนัก แต่เราเกิดมาท่ามกลางทุกๆ อย่างที่ทรงสร้าง ทรงพัฒนาให้คนไทย
เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2560 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.15 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 39,437 คน รวม 69 วัน มี 2,995,314 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,568,345.25 บาท รวม 68 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 244,272,161.75 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในช่วงเช้า ของการเปิดให้กราบสักการะพระบรมศพบริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 70 มีฝนตกปรอยๆ ลงมาต่อเนื่อง โดยประชาชนได้มารอเข้าแถวบริเวณท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้ามืดต่างเตรียมร่มกันฝน และเสื้อกันฝน มาพร้อม เพราะหลายคนติดตามข่าวจากเมื่อวานว่ามีฝนตกตลอดทั้งวัน ขณะที่โดยรอบท้องสนามหลวงมีจุดบริการให้ยืมร่มพกพาคอยอำนวนความสะดวกแก่ประชาชนเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาขนเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเวลา 04.50 น.
นางบุญชอบ ทองทิพย์สกุล อายุ 57 ปี เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซต์ส่วนตัวมาจากย่านวงเวียนใหญ่ เปิดเผยด้วยใบหน้ามีความสุขหลังเข้ากราบสักการะพระบรมศพว่า ตัวเองมากราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 50 พอดี แต่ละครั้งจะเข้ากราบรอบเดียว โดยจะมาในช่วงค่ำของทุกวัน เพื่อจะได้เข้ากราบในเวลาเช้ามืด ตนไม่รู้สึกเหนื่อย แต่ตอนแรกๆ ที่เดินทางมา ต้องรอนานมีอาการปวดขาบ้าง แต่พอผ่านไประยะหนึ่ง รู้สึกว่าร่างกายเราแข็งแรงมากขึ้น เพราะได้เดินและยืนมากขึ้น เหมือนพ่อกำลังสอนให้เราอดทน และตนก็รู้สึกสุขใจในทุกๆ ครั้งที่มา
"ครั้งแรกตั้งใจว่าจะมากราบสักการะให้ได้ 9 ครั้ง แต่พอได้มากราบจริงๆ ความรู้สึกอยากจะมาทุกวัน เป็นความปลาบปลื้ม มีความสุข สบายใจ ทำให้นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทำเพื่อพวกเรามากมาย ในทุกพื้นที่แม้ว่าจะกันดารแค่ไหน หลังจากกราบสักการะจะบำเพ็ญตนเป็นจิตอาสาช่วยเสิร์ฟน้ำ และเก็บขยะบริเวณโดยรอบของสนามหลวงก่อนกลับ ส่วนโปสการ์ดที่ระลึกและข้าวเปลือกพระราชทานทุกครั้ง ตั้งใจจะนำไปมอบให้กับชาวนาที่ปลูกข้าวในต่างจังหวัด เพราะยังมีคนอีกจำนวนมากที่อยากมากราบสักการะพระบรมศพ แต่มาไม่ได้ ส่วนตนเองตั้งใจจะมาในทุกวันจนกว่าจะไม่ให้เข้ากราบสักการะ" นางบุญชอบ เผยด้วยความสุขใจ
นางยุพิน สภาพไทย-น.ส.เกศินี โพธิ์นันยา
ด้าน น.ส.เกศินี โพธิ์นันยา อายุ 24 ปี พร้อมด้วย นางยุพิน สภาพไทย อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่ อบต. ที่นำคณะชาวบ้านจาก จ.ลพบุรี กว่า 700 คน มาร่วมกราบสักการะพระบรมศพ เผยว่า ออกเดินทางมาตั้งแต่เที่ยงคืนจนมาถึงท้องสนามหลวงตอนตี 2 และรอเข้ากราบสักการะประมา 8 โมงเช้า ซึ่งวันนี้อากาศค่อนข้างดี และพักผ่อนมาเพียงพอจึงไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด
"ดีใจที่ได้มาที่นี่ เพราะก่อนหน้านี้พยายามหาเวลามากราบพระองค์อยู่นานตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ทรงเสด็จสวรรคต กว่าจะมีเวลาที่เหมาะก็มาถึงนับเป็นโอกาสหนึ่งในชีวิตที่จะจดจำไปตลอด ตอนที่ขึ้นไปยังพระที่นั่งรู้สึกอาลัยนึกถึงบ้านเมืองปัจจุบันที่เราเกิดมามีพร้อมทุกอย่างแล้ว ก็เพราะพระองค์ท่าน คนรุ่นตัวเองอาจไม่ได้เกิดมาทันเห็นท่านทรงงานอย่างหนัก แต่เราเกิดมาท่ามกลางทุกๆ อย่างที่ทรงสร้าง ทรงพัฒนาให้คนไทย โครงการบริหารดิน น้ำ พัฒนาที่ดิน ทฤษฎีการใช้ชีวิตที่ทรงปูทางให้ นั่นถือว่าดีมากๆ แล้ว เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่จะไม่ลืมเลือน " น.ส.เกศินี กล่าว
นางทิพยวรรณ กำแพงหาญ (ที่ 1 จากซ้าย)
นางทิพยวรรณ กำแพงหาญ อายุ 70 ปี อดีตพยาบาลชำนาญการ ชาว อ.แม่สอด จ.ตาก เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านรวม 4 คันรถตู้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวานนี้ (8 ม.ค.) และมาถึงช่วง 02.00 น.วันนี้ (9 ม.ค.) กล่าวว่า เมื่อพ.ศ. 2511 เคยได้รับเสด็จพระองค์ท่าน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎร ตอนนั้นดีใจที่ได้เห็นองค์จริง ครั้งนี้แม้ตอนมาถึงต้องเจอกับสายฝนก็ไม่ท้อแม้ต้องเปียกก็ไม่หวั่น เพราะตั้งใจมากราบพระองค์ท่าน ตอนขึ้นไปกราบรู้สึกปลาบปลื้ม น้ำตาก็พาลจะไหล เสียดายที่มีเวลาเพียงไม่นาน แต่ก็ถือเป็นบุญของตัวเอง ทั้งนี้เพราะพระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด เสด็จไปยังถิ่นทุรกันดาร และยิ่งได้มาเห็นสารคดีที่ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจ พระบรมฉายาลักษณ์บางรูปเราไม่เคยได้เห็นมาก่อน ยิ่งทำให้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ได้ยึดคำสอนเรื่องความพอเพียง ประหยัด มีพออยู่พอกิน หากมีก็กิน ไม่มีก็ใช้ให้พอดี และการมีความรักสามัคคีต่อกันให้แก่ลูกหลานด้วย



