ข่าว

บางสะพานอ่วม! น้ำป่าทะลักเข้าท่วม

บางสะพานอ่วม! น้ำป่าทะลักเข้าท่วม

09 ม.ค. 2560

บางสะพาน จ.ประจวบฯ อ่วม! น้ำป่าทะลักท่วมหนัก ส่วนกระบี่น้ำท่วมถนนเพชรเกษมรถเล็กสัญจรไม่ได้ ขณะที่ตรังยังจมน้ำ โรงเรียนหยุดสอนไม่มีกำหนด

    สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้ยังหนักในหลายจังหวัด ล่าสุด เช้าวันนี้ (9 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า พื้นที่จังหวัดมีฝนตกหนักต่อเนื่องจากเมื่อคืนจนกระทั่งถึงเช้าวันนี้ จนน้ำที่สะสมบนเทือกเขาตะนาวศรีได้ไหลทะลักลงท่วมในพื้นที่ลุ่มตอนล่าง ได้แก่ อ.บางสะพาน โดยมีระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซม. ทางจังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนทุกหมู่บ้านให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เบื้องต้นน้ำป่าได้หลากท่วม 3 ตำบลต.ทองมงคล, ต.ร่อนทอง และ ต.พงศ์ประศาสน์ หากฝนยังตกต่อเนื่องคาดว่าพื้นที่ได้รับผลกระทบจะเพิ่มขึ้นอีกหลายหมู่บ้าน

    ส่วนที่ จ.กระบี่ พบว่ามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนเพชรเกษมตั้งแต่ หน้าโรงเรียนเมืองกระบี่-ห้างเทสโกโลตัสกระบี่ เขต อ.เมืองกระบี่ สูงประมาณ 30 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยปริมาณฝนที่มีมากจึงทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า

     ขณะเดียวกัน สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ตรัง ยังวิกฤติหนัก บ้านเรือนราษฎร พื้นที่ทางการเกษตร ถนนหนทาง สถานที่ราชการ วัด โรงเรียน ได้รับผลกระทบจำนวนมาก โดย จ.ตรัง มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทั้งหมด 7 อำเภอ ได้แก่ อ.รัษฎา, อ.ห้วยยอด, อ.วังวิเศษ, อ.นาโยง, อ.เมือง, อ.สิเกา และ อ.กันตัง โดยจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินแล้วทั้งหมด 6 อำเภอ ยกเว้น อ.สิเกา ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในบางตำบลเท่านั้น โดยมีราษฏรเดือดร้อน 20,000 ครัวเรือน หรือกว่า 50,000 คน บ้านเรือน สถานที่ราชการ และพื้นที่ทางการเกษตรอีกจำนวนมากต้องจมอยู่ใต้น้ำและมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 1 คน

    เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โรงเรียนสภาราชินี 2 ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบสภาพน้ำท่วมภายในโรงเรียนมาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา พบว่ารอบบริเวณทั้งหมด อาคารเรียน สนามกีฬา หน้าเสาธง โรงจอดรถ อาคารเรียนชั่วคราว โรงอาหาร ถูกน้ำท่วมสูงระดับ 1.5–3 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือเท่านั้นในการดูแลสถานที่ โดยสามารถพายเรือลอดเข้าไปใต้อาคารได้เลย ส่งผลต่อนักเรียนและคณะครู อาจารย์ รวมกว่า 1,800 คน ต้องหยุดการเรียนการสอนโดยไม่มีกำหนด โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันระดับน้ำสูงกว่าเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ที่อยู่ระดับสูงสุดประมาณ 3 เมตร เพราะขณะนี้ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โชคดีที่ทางครูและนักเรียนได้ขนสิ่งของไว้ที่สูงแล้ว แต่ยังสร้างความเสียหายต่อสภาพภายนอกตัวอาคาร บอร์ดนิทรรศการต่างๆ และพื้น ผนัง

    นายศังกร รักชูชื่น ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 จ.ตรัง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น 2 ครั้งในรอบเดือนได้สร้างความเสียหายต่อโรงเรียนทั้งในระดับมัธยมศึกษาและระดับประถมศึกษาของรัฐบาลเป็นอย่างมาก ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยยังมีหลายโรงเรียนที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินและอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน เนื่องจากไม่สามารถขนย้ายได้ทัน โดยในวันนี้ได้รับรายงานตัวเลขจำนวนโรงเรียนสังกัดรัฐบาลทั้ง 2 ระดับ ต้องหยุดการเรียนการสอนโดยไม่มีกำหนดทั้งหมด 25 โรง แบ่งเป็นระดับมัธยมศึกษาจำนวน 4 โรง, ประถมศึกษา 21 โรง และยังมีโรงเรียนสังกัดเอกชน สังกัดอาชีวศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีกจำนวนมาก ซึ่งอยู่ในช่วงกลางของเทอมปลาย การเรียนการสอนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม