“จักรทิพย์”ยันไม่ยกเลิกสอบนายสิบ น.แจ้งเอาผิด 347ราย
“จักรทิพย์”ยันยังไม่ยกเลิกสอบนายสิบ ด้านนครบาลแจ้งเอาผิดโกงสอบนายสิบ 347 ราย ระบุจนท.เทศกิจปทุมวันตัวการใหญ่
เมื่อวันที่ 8 มกราคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีพบการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ ในสนามสอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ว่า ยังไม่ตัดสินใจว่าจะยกเลิกการสอบในหน่วยใดหรือทั้งหมดหรือไม่ ข้อเท็จจริงเรื่องนี้คือ บช.น. พบการทุจริต มีการตรวจสอบแล้ว และกำลังสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ทุจริตและผู้เกี่ยวข้อง
โดยได้เสนอเรื่องข้อหารือมายังตนมีข้อพิจารณา 2 ทาง คือ 1.ให้เอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คัดกรองคนเหล่านี้ออกให้หมดแล้วดำเนินการจัดสอบต่อไปตามกระบวนการจนเสร็จ 2.ให้ยกเลิกการสอบในส่วนของ บช.น. ซึ่งตนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วน เมื่อพบการทุจริตในสนามสอบ บช.น. ก็เป็นไปได้ว่าอาจมีการทุจริตในลักษณะเดียวกัน หรือคล้ายกันในสนามสอบของกองบัญชาการอื่นๆด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อให้การจัดสอบครั้งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใสทุกกองบัญชาการ
ตนจึงได้สั่งการให้กองบัญชาการศึกษา(บช.ศ.) ที่เป็นหน่วยรับผิดชอบการสอบคัดเลือกตำรวจ และ กองบัญชาการทุกแห่งที่จัดสอบนายสิบตำรวจในครั้งนี้ กลับไปตรวจสอบ หาพิรุธในการสอบข้อเขียนที่ผ่านมาอย่างละเอียด แล้วให้ บช.ศ.รวบรวมรายงานมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะนำผลการตรวจสอบจากทุกบช.ทั่วประเทศมาพิจารณาว่าจะตัดสินใจอย่างไร
“เรื่องนี้ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เราพบทุจริต เรายอมไม่ได้ ปล่อยผ่านไม่ได้ และการสอบครั้งนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก คนที่มาสมัครสอบทุกคนก็เสียเงินเสียทองมาสมัคร มีค่าใช้จ่ายการสมัครสอบ ดังนั้นผมจะด่วนตัดสินใจไม่ได้ ต้องคิดถึงทุกฝ่าย ให้ความเป็นธรรมทั้งหมด จึงต้องรอให้มีการรายงานการตรวจสอบอย่างรอบคอบจากทุกหน่วยมาก่อน ภายในสัปดาห์หน้านี้ก็จะรายงานมาที่ผม แล้วจึงจะตัดสินใจว่าจะให้การสอบครั้งนี้ดำเนินการต่อไป โดยกรองคนทุจริตออกให้หมด หรือยกเลิกการสอบในหน่วยใด เฉพาะที่พบทุจริต หรือยกเลิกทั้งหมดทุกกองบัญชาการ ผมเห็นใจทุกฝ่าย คนที่สุจริตที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นต้องให้ได้ข้อเท็จจริงครบทุกด้านเสียก่อนจึงตัดสินใจ จากนั้นผมจะพิจารณาว่า ต้องตั้งคณะกรรมการระดับตร.เข้ามาตรวจสอบหรือไม่ แต่ต้องมีการพิจารณาร่วมกันทุกฝ่าย รวมถึงระดับตร.ที่รับผิดชอบด้านการศึกษา หากมีใครเกี่ยวข้องกับการทุจริต ผมสั่งการให้ดำเนินการเด็ดขาดอยู่แล้ว ไม่เอาไว้อยู่แล้ว ขอเวลาในการตรวจสอบเรื่องนี้ก่อน ต้องโปร่งใสเป็นธรรม ขณะนี้กระบวนการต่างๆที่ยังดำเนินอยู่ก็ว่าไปก่อน เดี๋ยวผมได้ข้อมูลการตรวจสอบจากทุกหน่วย ก็จะสั่งการไปว่าให้ชะลอการสอบคัดเลือกหรือไม่ แต่ในส่วนของ บช.น.ที่พบทุจริตก็ชะลอการคัดเลือกไว้แล้ว” ผบ.ตร.กล่าว
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 มกราคม ที่สน.พหลโยธิน พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล(ผกก.ศฝร.บช.น.) นำแฟ้มเอกสาร เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ที่ทุจริตการสอบนายสิบตำรวจสังกัด บช.น. โดยมีพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงศักดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รองผกก.(สอบสวน) และคณะทำงานร่วมทำการสอบสวนโดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
พล.ต.ต.อดุลย์ เปิดเผยว่า ในวันนี้(8 ม.ค.)ทางคณะกรรมการโดยมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. คณะกรรมการจัดการสอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มอบหมายให้ทางพ.ต.อ.อุเทน มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ทุจริตในการสอบที่มีเครือข่ายเชื่อมโยง ซึ่งในส่วนของบช.น. ได้รับมอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการจัดสอบนายสิบตำรวจจำนวน 1,000 อัตรา
ซึ่งในปีนี้มีผู้สมัครเข้าสอบทั้งสิ้น 13,000 คน การสอบได้จัดสนามสอบไว้ 2 แห่ง ประอบด้วยมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา และมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตหัวหมาก ซึ่งทางคณะกรรมการที่คุมสอบได้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทั้งผู้เข้าสอบและผู้คุมสอบ ต่อมาวันที่ 6 ธันวาคม 2559 หลังจากที่มีการตรวจข้อสอบเสร็จสิ้น ในข้อสอบมีคะแนนเต็ม 150 คะแนน มีผู้สอบได้คะแนนสูงสุด 123 คะแนน ส่วนคะแนนต่ำสุด 13 คะแนน ที่สามารถสอบติดนายสิบจึงได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้คะแนนต่ำจำนวน 50 ราย
จึงได้ส่งหมายเรียกเข้ามาให้ข้อมูล ในเวลาต่อมาจึงยอมรับสารภาพว่ามีการทุจริตในการสอบจริง โดยกระทำการเป็นขบวนการ จากนั้นได้รายงานขึ้นไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีอำนาจในการดำเนินการในเรื่องของยกเลิกการสอบ กระทั่งเมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมาได้มีการยกเลิกผลการสอบทั้งหมดจนมีการแจ้งความในวันนี้
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนพบว่าขบวนการทุจริตดังกล่าวมีการทำเป็นขบวนการอั้งยี่ โดยได้มีการเริ่มต้นตั้งแต่การสมัครสอบที่มีการรับสมัครที่กองการสอบ กองบัญชาการศึกษา ที่อยู่ในท้องที่สน.พหลโยธิน จากนั้นมีการรวมตัววางแผนกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในท้องที่สน.สุทธิสาร สุดท้ายก็ไปทำการสอบซึ่งตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตการสอบที่สนามสอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตหัวหมากแห่งเดียว ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนในการดูแลคดีนี้ มีผู้ต้องหาที่จะดำเนินคดีทั้งหมด 347 ราย และที่พบว่าน่าจะมีการกระทำผิดอีก 178 ราย แต่หลักฐานต่างๆยังคงไม่ชัดเจน จึงยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ
ส่วนกรณีว่ามีข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ขณะนี้ทางผบช.น.ได้มอบหมายให้ทาง พล.ต.ต.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา รรท.รอง ผบช.น. ดูแลงานจเร ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ถ้ามีผลออกมาเป็นอย่างไร ไปถึงใคร ก็จะมีการดำเนินคดีจนถึงที่สุด โดยไม่มีการละเว้น เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดผลกระทบเสียหาย ซึ่งโชคดีที่ยังไม่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการสอบสวนผู้เข้าสอบที่ทุจริตที่ให้การไปในทิศทางเดียวกันว่า มีข้าราชการกรุงเทพมหานครเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งมีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.อดุลย์ บอกว่า วันนี้ทาง พ.ต.อ.อุเทน ยังได้มาแจ้งความดำเนินคดีกับ นายจิระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตปทุมวัน ที่เป็นตัวการใหญ่ในขบวนการโดยดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ประกอบด้วยข้อหาอั้งยี่ที่มีการรวมตัวกันกระทำผิดทางอาญา , แจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่พนักงาน และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) กรอกข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานครบถ้วนทั้งพยานบุคคลและภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีการนัดประชุมกัน ซึ่งสามารถเอาผิดได้อย่างแน่นอน
ด้านพ.ต.อ.ณรัช ระบุว่า เบื้องต้นทาง บช.น. ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อควบคุมการทำสำนวนคดีดังกล่าวแล้ว วันนี้ตนก็ได้เตรียมหัวหน้าพนักงานสอบสวนอาวุโส เพื่อรอรับเป็นเลขคดี ในส่วนข้อมูลที่ผู้แจ้งนำมาให้ ทราบว่ามีการสืบสวนสอบสวนมาบ้างแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เพื่อทำการออกหมายเรียกต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้ทาง พ.ต.อ.อุเทน จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อไปแจ้งความที่ สน.สุทธิสาร เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุใช้สถานที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรัชดา สำหรับการนัดแนะเพื่อจะโกงข้อสอบ และแจ้งความที่ สน.หัวหมาก ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุในการโกงสอบดังกล่าว



