
'ดึงหน้าเด็ก' ในยุค 2017
แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง แนะนำเทคนิคดึงหน้ายุคใหม่ "แผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว เป็นธรรมชาติ "
หลายคนคงกำลังหาวิธีที่จะต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อให้ได้ใบหน้าอันดูอ่อนเยาว์กลับมา หรือชะลอวัยให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมากที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหารอยเหี่ยวย่นต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย โดย นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด ได้เผยความรู้การยกกระชับผิวหน้า ให้เป็นข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจและใช้ในการตัดสินใจปรับโฉมใบหน้า ดังนี้
นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล
การดึงหน้า เป็นการตัดหนังที่เหยี่ยวย่นออกบางส่วน เพื่อให้หนังตึงขึ้น ซึ่งผิวหนังที่เหยี่ยวย่นนั้นเกิดจากอายุที่มากขึ้น กรรมพันธุ์หรือสภาพแวดล้อม แตกต่างกันไปตามเนื้อเยื่อและการดูแลผิวพรรณของแต่ละคน ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่อมีอายุจะต่างกันแล้วแต่เนื้อเยื่อ และการดูแลผิวพรรณของแต่ละคนด้วย ใบหน้าก็เช่นกันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ดูอายุมากขึ้นโดยทั่วไป คือ การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง จะเกิดรอยย่น เกิดการหย่อนยานของผิวหนังและเกิดจุดด่างดำขึ้นที่ใบหน้า และ การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง โดยเนื้อบริเวณแก้มจะเคลื่อนลงล่างทำให้ร่องแก้มชิดขึ้น เกิดการหย่อนของเนื้อเยื่อใต้กราม และการหย่อนของกล้ามเนื้อที่คอ ซึ่งการแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยปัจจุบันมีอยู่หลายวิธี ซึ่งวิธีการดึงหน้า (Face Lift) จะเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ค่อนข้างถาวร อยู่ได้นาน 5-10 ปี และสามารถลดอายุได้เป็น 10-20 ปีเลยทีเดียว
"สมัยก่อนการดึงหน้านั้นถือเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างยุ่งยาก และใช้เวลาในการพักฟื้นนาน อีกทั้งแผลหลังผ่าตัดค่อนข้างใหญ่และเห็นชัด ซึ่งโดยทั่วไปนั้นผิวหนังของคนเราจะมี 5 ชั้น เมื่อก่อนจะดึงหน้าแค่ชั้นผิวหนัง 1 หรือ 2 แต่ในปัจจุบันนี้เราสามารถดึงที่ชั้น 3 คือชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังได้ เรียกวิธีการนี้ว่า SMAS (SUPERFICIAL MUSCULO-APONEUROTIC SUSTEM) เป็นการดึงหน้าที่เหมาะกับใบหน้าของชาวเอเชีย ซึ่งวิธีนี้ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นและผลลัพธ์อยู่ได้ถาวรมากขึ้นด้วย อีกทั้งการเย็บแผลสามารถทำได้เล็กมาก สามารถซ่อนรอยเย็บไว้ตามบริเวณไรผม ในหู หลังใบหู สามารถฉีดยาชาเฉพาะจุดแทนการวางยาสลบในการผ่าตัดได้ ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยเพียง 2-3 ชม. เกิดแผลบวมช้ำน้อย ระยะเวลาพักฟื้นเพียง 1 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้ โดยใบหน้าของคนเราแบ่งออกเป็น 4 ส่วนได้แก่ หน้าผาก สามารถดึงหน้าโดยการเจาะส่องกล้องเป็นรูเล็กๆ หรือผ่าตัดเป็นแนวยาวและซ่อนแผลที่เย็บไว้ตามไรผม บริเวณหางตา (Temporal Lift) เป็นการดึงยกกระชับรอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่นต่างๆ แผลจะถูกเก็บไว้ที่ไรผมด้านข้างทำให้แผลเล็กและหายเร็วขึ้น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก (Marionette Line) สองส่วนนี้สามารถซ่อนแผลไว้ในบริเวณใบหูได้ และ ส่วนลำคอ แผลผ่าตัดจะซ่อนอยู่บริเวณหลังใบหู" นพ.ธนัญชัย เผยรายละเอียด
นอกจากนี้คุณหมอยังแนะนำว่า ก่อนผ่าตัดผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เป็นเบาหวาน หรือเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จะต้องคุมโรคเหล่านี้ให้ดีก่อนผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันสูงต้องควบคุมให้ปกติก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์ งดสูบบุหรี่ และงดยาแอสไพริน 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด สำหรับผู้ที่จะวางยาสลบต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หลังผ่าตัดให้นอนยกศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม ห้ามโดนน้ำ 48 ชม. หลังการผ่าตัด สามารถสระผมได้หลังผ่าตัดแล้ว 2 วัน และสามารถตัดไหมในวันที่ 5-7 หลังจากผ่าตัด ทั้งนี้ควรมีการศึกษารายละเอียดต่างๆ รวมถึงคำนึงถึงความปลอดภัยของสถานบริการ โรงพยาบาล และคลินิกนั้นๆ และควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด



