เอกชนใต้เสนอรัฐ ขอซอฟโลนช่วยเอสเอ็มอีน้ำท่วม
ปธ.กรรมการหอการค้านครศรีธรรมราช เตรียมเสนอรัฐบาลสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟโลน)และเงินพิเศษช่วยเอสเอ็มอีโดนน้ำท่วม
น.ส.วารินทร์ ชินวงศ์ ประธานคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจ.นครศรีธรรมราช ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในครั้งนี้ถือว่ากระทบหนักมาก เนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมหนักอยู่ในในพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ อ.ทุ่งสง อ.เมืองนครศรีธรรมราช และอ.ชะอวด
“โดยเฉพาะอ.ทุ่งสง ถือเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่จะอยู่หน่าแน่นในพื้นที่อ.ทุ่งสง รองลงมาคืออ.เมืองนครศรีธรรมราช และอ.ชะอวด ก็อยู่ในเมือง เพราะทุกคนไม่คิดว่าปริมาณน้ำที่ท่วมจะมากกว่าที่มีการประเมินไว้ ทุกคนไม่ได้นิ่งนอนใจและประมาท แต่มันเกิดความคาดหมายจริงๆ”
น.ส.วารินท์ กล่าวและว่า มาตรการที่จะมีการหารือเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลก็คือการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อมาฟื้นเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ เช่นเงินกู้ดอกเบี้ยน้ำ หรือเงินช่วยเหลือพิเศษ ซึ่งจะสามารถช่วยให้เอสเอ็มอี จากความสูญเสียทางด้านทรัพย์สินที่ต้องซ่อมแซมซึ่งเสียหายเยอะ และโอกาสทางธุรกิจทีเสียไป ซึ่งจะต้องใช้เวลาและจำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษเข้ามาช่วย
“มาตรการที่เราต้องการรับการสนับสนุน จะมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว จะมาใช้มาตรการแบบปกติไม่ได้ ซึ่งขระเตรียมสำหรับการประชุมเพื่อสรุปมาตรการที่จะนำเสนอต่อรัฐบาล รวมทั้งการประสานไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายๆจังเพื่อเป็นมาตรการเดียวกัน” ประธานคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าว
นายสุทัศน์ เลิศมโนรัตน์ อดีตประธานคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ผลกระทีสำคัญคือทางด้านการเกษตร ทำให้รายได้ของเกษตรกรหายไป เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรที่กระเตื้องขึ้นมาในช่วงนี้ และจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเรื่องการใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งกระททบต่อเศรษฐกิจพอสมควร
นอกจากนี้ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เนื่องจากในช่วงปลายปีก็ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฉะนั้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวขาดรายได้ไปพอสมควรเช่นกัน ส่วนเรื่องการค้าในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเองก็ทรงตัวเนื่องจากว่าเรามีรายได้จากหลายๆทาง และเราก็คาดหวังว่ารายได้จากพืชเกษตร โดยเฉพาะยางพาราที่ราคาเริ่มกระเตื้องขึ้น ที่จะทำให้ชาวสวนสามารถนำมารายได้มาแก้ปัญหาเงินที่ขาดหายไปในระยะเวลาหนึ่ง
“พื้นที่ของจ.สุราษฎร์ธานีที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่รอบนอก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร ทั้งยางพารา และปาล์มน้ำมัน” อดีตประธานคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าว



