ข่าว

สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

08 ม.ค. 2560

บรรยากาศประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์มารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ในวันที่ 8 ม.ค. 2560

           เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2560 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.30น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 44,278 คน รวม 68วัน มี2,955,877คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน3,896,816 บาทรวม 68วัน เป็นเงินทั้งสิ้น240,703,816.50บาท

     สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 04.50 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์มารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศท่ามกลางบรรยากาศมืดครึ้ม ต่อมาช่วงสายมีฝนโปรยลงมาอย่างหนัก ทว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อความจงรักภักดีของประชาชนที่มาต่อแถวกราบสักการะพระบรมศพ ยังคงยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

       นางนงเยา ประภาสวัต อายุ 64 ปี เดินทางมาจากบ้านพักย่านสำโรงตั้งแต่เวลา 04.00 น. พร้อมด้วยน้องสาว นางศศิธร อนุเวช วัย 47 ปี กล่าวว่า เพิ่งมีโอกาสเดินทางมากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรกเพราะเพิ่งนัดแนะกับน้องสาวลงตัว ทั้งที่ความจริงอยากมานานแล้ว

      “มารอต่อแถวกว่าจะได้เข้ากราบรวมเวลาประมาณ 6 ชั่วโมงซึ่งก็ไม่รู้สึกว่านานคงเพราะเราเตรียมความแข็งแรงของร่างกายมาอย่างดี ตอนที่ได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศก็ได้อธิษฐานบอกพระองค์ท่านว่าลูกมากราบส่งพระองค์ท่านสู่สววรคาลัย พร้อมทั้งจะน้อมนำคำสอนพระองค์ท่านส่งต่อไปถึงลูกหลานให้ทำความดี รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด เช่นเดียวกับตัวเองที่กินอยู่อย่างพอเพียงมาโดยตลอด” นางนงเยากล่าว

 

สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

      ด้านนางรานี ทองผิว อายุ 60 ปี เดินทางมาจาก จ.นนทบุรีพร้อมพี่สาวและลูกสาว รวม 4 คน เผยว่า ออกจากบ้านมาตั้งแต่ 03.00 น.มาถึงสนามหลวงเวลา 05.00 น.รอแต่แถวจนได้เข้ากราบพระบรมศพประมาณ 10 โมงซึ่งก็ไม่นานนัก

      “อยากมากราบพระองค์ท่านสักครั้งในชีวิต ตั้งใจไว้นานแล้วแต่เพิ่งมีโอกาสวันนี้เพราะเป็นวันที่ลูกสาวหยุดงาน รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้มากราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศในวันนี้ ที่ผ่านมาถึงจะไม่เคยมีโอกาสรับเสด็จพระองค์ท่านมาก่อน แต่ก็รักพระองค์ท่านติดตามพระราชกรณียกิจจากทีวีทุกวัน รู้สึกชื่นชมที่พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยทุกคนมาตลอด” ป้ารานีกล่าวด้วยความซาบซึ้ง

สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

 

        นายเฉลิมบุญ อัจฉริยบดี อายุ 39 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว อาศัยช่วงวันหยุดงานเดินทางจากบ้านย่านตลิ่งชันมาพร้อมลูกสาววัย 9 ขวบ ด.ญ.ณฐมน อัจฉริยบดี นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนรุ่งอรุณ มาต่อแถวตั้งแต่ตีห้า กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาถวายสักกาะพระบรมศพ ส่วนลูกสาวเคยเดินทางมากับแม่ครั้งหนึ่งแล้ว จึงได้ลูกสาวคอยแนะนำว่าลำดับการต่อแถว และจุดนั่งคอยตามเต็นฑ์ต่างๆ ซึ่งอากาศวันนี้ค่อยข้างเป็นใจ แม้ไม่มีลมแต่ก็เย็นสบายเพราะเมฆครึ้มทั้งวัน ทำให้ไม่เหนื่อยเลย และเมื่อได้เข้าไปกราบด้านในแล้วยิ่งตื้นตันปลาบปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก

       “ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตเกือบ 100 วันแล้ว แต่ผมยังจำความรู้สึกวันที่มีการเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชมาพระบรมมหาราชวังได้ดี ซึ่งผมและลูกเฝ้าฯ รออยู่ตรงบริเวณกระทรวงกลาโหม ได้เห็นประชาชนมากันอย่างมืดฟ้ามัวดิน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันก็สะกดกลั้นความเสียใจไว้ไม่อยู่ บรรยากาศในวันนั้นพูดถึงเมื่อใดก็ยังเศร้าโศก  แต่ในฐานะที่เป็นพสกนิกรของพระองค์ก็จะน้อมนำพระราชดำริ คำสอนต่างๆ มาปรับใช้ทำหน้าที่ทุกด้านของตัวเองให้ดีที่สุด” นายเฉลิมบุญกล่าว

สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

 

        นางชุติพันธ์ หาญประสิทธิ์คำ อายุ 58 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ในฐานะกรรมการวัดวิมลนิวาส จ.ร้อยเอ็ด นำคณะสมาชิกสถาบันพลังจิตตาสุภาพ สาขา 83 วัดวิมลนิวาส จ.ร้อยเอ็ด กว่า 50 คน เหมารถบัสเดินทางมานั่งวิปัสนาที่วัดธรรมมงคล สุขุมวิทซอย 101 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2560 ก่อนเตรียมความพร้อมมาสักการะพระบรมศพวันนี้ กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า สมัยก่อนพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดแร้นแค้นมาก ทั้งที่มีพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้อันกว้างใหญ่แต่แห้งแล้งจนไม่สามารถเพาะปลูกหรือทำการเกษตรได้เลย กระทั่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระเมตตาใส่พระราชหฤทัยในความเดือดร้อนของชาวร้อยเอ็ด มีพระราชดำริจัดการเรื่องน้ำชลประทาน พลิกฟื้นผืนดินดังกล่าวทำให้เกษตรกรได้ลืมตาอ้าปากปลูกพืชไร่ทำนาข้าวได้ผลผลิตดี จนปัจจุบันเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของประเทศ ทั้งยังเป็นสินค้าส่งออกขึ้นชื่อของจังหวัดด้วย

        “นอกจากพวกเราจะมากราบสักการะพระบรมศพ ด้วยน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแล้ว ระหว่างวันที่ 16-2- ม.ค.นี้ ซึ่งตรงกับวันสวรรคตครบ 100 วัน ทางสถาบันฯ ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์หลักสูตรครูสมาธิระยะสั้น ใช้เวลาเพียง 1 วัน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมนั่งสมาธิเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งข้อดีของการนั่งสมาธิจะทำให้มีสติคอยเตือนตน มีเหตุผลในการครองชีวิตโดยไม่ประมาท” นางชุติพันธุ์กล่าว

สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

สายฝนไม่เป็นอุปสรรค พสกนิกรรอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น